ผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยง ดียังไง ปลอดภัยไหม เหมาะกับเคสไหน ?
- phyathai7 pet care
- Jul 3
- 2 min read

เมื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมวของเราเจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด สิ่งที่คนเป็นเจ้าของกังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของความเจ็บปวด ขนาดของบาดแผล และระยะเวลาในการพักฟื้นที่ยาวนาน ยิ่งหากเป็นน้องหมาน้องแมวแก่ สัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากหรือร่างกายอ่อนแอ การผ่าตัดใหญ่แบบดั้งเดิมก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและความกังวลใจให้เรามากขึ้นไปอีก แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปไกล ทำให้มีนวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าและการดูแลน้องหมา น้องแมวในยุคนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
การผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงเป็นเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กในสัตว์เลี้ยงที่ช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิม เทคนิคนี้มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะหัตถการที่เกี่ยวกับช่องท้อง เช่น การส่องกล้องเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะอาหาร หรือการผ่าตัดช่องท้องแบบส่องกล้องเพื่อทำการแก้ไขภาวะความผิดปกติต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การรักษารูปแบบนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลและการประเมินของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก
ผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงคืออะไร ?
ผ่าตัดส่องกล้อง คือเทคนิคการผ่าตัดโดยอาศัยการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงสอดเข้าไปในร่างกายของสัตว์เลี้ยงผ่านทางช่องเปิดธรรมชาติหรือแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นรอยโรค อวัยวะภายใน และทำหัตถการรักษาได้อย่างแม่นยำผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องกรีดเปิดผิวหนังและกล้ามเนื้อเป็นแนวยาวเหมือนการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิม
การผ่าตัดในลักษณะนี้ลดการสร้างแผลหรือความบอบช้ำให้ร่างกายสัตว์ โดยทางการสัตวแพทย์เรียกเทคนิคนี้ว่าการผ่าตัดแบบ minimally invasive surgery (MIS) หรือการผ่าตัดที่สร้างความบอบช้ำให้กับเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยที่สุด โดยอุปกรณ์หลักที่นำมาใช้จะประกอบไปด้วย กล้อง endoscopy สัตว์เลี้ยง ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อยาวขนาดเล็ก ปลายท่อติดตั้งเลนส์กล้องและไฟส่องสว่างประสิทธิภาพสูง เมื่อสอดกล้องเข้าไปในร่างกายแล้ว ภาพภายในจะถูกขยายและส่งต่อมายังหน้าจอแสดงผล ทำให้สัตวแพทย์มองเห็นรายละเอียดของอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนมากกว่าการมองด้วยตาเปล่า
สำหรับการผ่าตัดส่องกล้องหรือการทำ laparoscopic surgery สัตว์ สัตวแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3–5 มิลลิเมตร จำนวน 1-3 จุด (ขึ้นอยู่กับประเภทของเคส) จากนั้นจะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าไปในช่องท้องเบา ๆ เพื่อขยายพื้นที่ให้มองเห็นอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนและปลอดภัย ก่อนจะใช้อุปกรณ์ผ่าตัดขนาดจิ๋วสอดเข้าไปทำการตัดเย็บหรือคีบชิ้นเนื้อเพื่อนำมาตรวจรักษาต่อไป
ผ่าตัดส่องกล้องดียังไง ?

ข้อดีหลักของการเลือกวิธีผ่าตัดส่องกล้องคือ “แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วมาก” ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนปรารถนา เพราะช่วยลดความเครียดของทั้งตัวสัตว์เลี้ยงและตัวเจ้าของเองได้อย่างเห็นได้ชัด
หากถามว่าการ ผ่าตัดส่องกล้อง ดียังไง เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบปกติ สามารถสรุปจุดเด่นที่สำคัญได้ดังนี้
บาดแผลมีขนาดเล็กมาก: บาดแผลจากการส่องกล้องมักมีขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น ในบางเคสแผลเล็กจนแทบมองไม่เห็น ทำให้แผลสมานตัวได้เร็วกว่าเดิมมาก
เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดอย่างเห็นได้ชัด: เนื่องจากไม่มีการกรีดแหวกกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นแนวยาว และไม่มีการดึงรั้งอวัยวะภายในออกมาภายนอก ร่างกายของสัตว์เลี้ยงจึงบอบช้ำน้อยลง ส่งผลให้ระดับความเจ็บปวดหลังผ่าตัดลดลงอย่างมาก
ฟื้นตัวไว กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็ว: สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่ได้รับการผ่าตัดส่องกล้องมักจะสามารถลุกเดิน กินอาหาร และร่าเริงได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ต่างจากการผ่าตัดใหญ่ที่อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายวัน
ลดโอกาสติดเชื้อและแทรกซ้อน: การผ่าตัดส่องกล้องจะทำให้อวัยวะภายในสัมผัสกับอากาศภายนอกน้อยที่สุด จึงช่วยลดความเสี่ยงที่เชื้อโรคในอากาศจะหลุดรอดเข้าไปในช่องท้อง รวมถึงลดอัตราการเกิดพังผืดหลังผ่าตัดได้อีกด้วย
เสียเลือดน้อยมาก: อุปกรณ์และกล้องส่องที่มีความคมชัดสูง ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นเส้นเลือดขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถห้ามเลือดได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีในระหว่างทำหัตถการ
สัตว์เลี้ยงที่ขี้กลัวหรือเครียดง่าย มักจะตอบสนองต่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรง การเลือกวิธีผ่าตัดที่เจ็บน้อยลงจึงช่วยลดโอกาสที่น้อง ๆ จะเกิดความเครียดหรือภูมิคุ้มกันตกหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี หากคุณอยากให้น้องได้รับการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และปลอดภัยสูงสุด สามารถพาน้องเข้ามาปรึกษาทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อประเมินเคสและวางแผนการรักษาล่วงหน้าได้เลยวันนี้
ผ่าตัดส่องกล้องปลอดภัยไหม ?

โดยทั่วไปแล้ว การส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงมีความ “ปลอดภัยสูง” และมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัดเปิดช่องท้อง หากทำหัตถการโดยสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ภายใต้สถานพยาบาลที่มีเครื่องมือได้มาตรฐาน
ความมั่นใจและความปลอดภัยในการทำหัตถการประเภทนี้ เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่
เครื่องมือส่องกล้องที่ทันสมัย: กล้องและจอมอนิเตอร์ในปัจจุบันมีความละเอียดสูงระดับ 4K ทำให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นรอยโรคขนาดเล็กที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในการผ่าตัดปกติได้
ทีมสัตวแพทย์เฉพาะทาง: สัตวแพทย์ที่จะทำหัตถการนี้ต้องผ่านการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือส่องกล้องโดยเฉพาะ จึงมีความชำนาญในการควบคุมอุปกรณ์ขนาดเล็กภายในร่างกายสัตว์เลี้ยง
การวางยาสลบอย่างเหมาะสม: มีวิสัญญีสัตวแพทย์คอยคำนวณและควบคุมการดมยาสลบ พร้อมทั้งตรวจเช็กสัญญาณชีพตลอดเวลาการผ่าตัด
การติดตามอาการหลังผ่าตัด: มีระบบการดูแลและมอนิเตอร์สัญญาณชีพหลังฟื้นจากยาสลบอย่างใกล้ชิด จนกว่าสัตว์เลี้ยงจะปลอดภัยและพร้อมกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม ทุกการผ่าตัด ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ โดยความเสี่ยงหลัก ๆ มักจะอยู่ที่กระบวนการดมยาสลบ (เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท) และไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวหรือทุกรอยโรคจะสามารถใช้วิธีส่องกล้องได้ ตัวอย่างเช่น สัตว์ที่มีภาวะโรคหัวใจรุนแรง หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจขั้นวิกฤต อาจต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดเป็นพิเศษ ดังนั้น การเลือกโรงพยาบาลสัตว์ ผ่าตัดส่องกล้องที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีห้องผ่าตัดระบบปิดที่ปลอดเชื้อ และมีทีมแพทย์เฉพาะทาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ให้ลดน้อยลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ผ่าตัดส่องกล้องเหมาะกับเคสไหนบ้าง ?
การส่องกล้องรักษาสัตว์เลี้ยง เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค หรือเคสผ่าตัดรักษาโรคในช่องท้อง ช่องอก และระบบทางเดินต่าง ๆ ที่รอยโรคยังไม่ได้ลุกลามหรือขยายใหญ่จนเกินไป เช่น
การส่องกล้องเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย: เคสยอดฮิตสำหรับการผ่าตัดส่องกล้องสุนัข และผ่าตัดส่องกล้องแมวที่ชอบกลืนสิ่งของแปลกปลอม เช่น เหรียญ ตัวต่อของเล่น หรือเศษกระดูก
การทำหมันส่องกล้อง: เหมาะมากสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือแมวที่เจ้าของต้องการลดความเจ็บปวด แผลจะเล็กมากและลดเวลาในการพักฟื้นลงได้
การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ: เมื่อต้องการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งหรือภาวะอักเสบ ไม่ว่าจะในตับ ไต ลำไส้ หรือกระเพาะอาหาร การส่องกล้องเข้าไปคีบชิ้นเนื้อจะปลอดภัยและสร้างความช้ำให้สัตว์เลี้ยงน้อยที่สุด
การผ่าตัดไส้เลื่อนทองแดง: เคสที่อัณฑะของสัตว์เลี้ยงไม่ลงถุง แต่อยู่ในช่องท้อง การส่องกล้องจะช่วยให้ตามหาตำแหน่งอัณฑะได้อย่างรวดเร็วและนำออกได้ง่าย
การตรวจระบบทางเดินอาหารและหายใจ: ใช้ส่องดูการอักเสบ แผลในกระเพาะ หรือเนื้องอกในโพรงจมูกและหลอดลม
เคสที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดส่องกล้อง
แม้ว่าวิธีนี้จะมีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในบางกรณี เช่น
สัตว์ป่วยโรคหัวใจรุนแรง
ภาวะฉุกเฉินวิกฤต: เช่น มดลูกอักเสบติดเชื้อที่มีขนาดใหญ่และใกล้แตก หรือมีการตกเลือดในช่องท้องปริมาณมากจากอุบัติเหตุ
เนื้องอกหรือมะเร็งขนาดใหญ่ยักษ์: หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะดึงผ่านแผลส่องกล้องขนาดเล็กออกมาได้ ก็จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดตามปกติ
สัตว์เลี้ยงที่มีขนาดตัวเล็กเกินไปมาก ๆ: จนกระทั่งอุปกรณ์ส่องกล้องไม่สามารถสอดเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย
ผ่าตัดส่องกล้อง vs ผ่าตัดเปิด ต่างกันยังไง ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองวิธีนี้กัน
หัวข้อเปรียบเทียบ | การผ่าตัดส่องกล้อง | การผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม |
ขนาดของบาดแผล | เล็กมาก (ประมาณ 3–5 มิลลิเมตร เป็นจุดเล็ก ๆ) | ใหญ่ (เป็นแนวยาวตามขนาดของอวัยวะที่ต้องการผ่า) |
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด | น้อย สัตว์เลี้ยงฟื้นตัวและเดินได้เร็ว | มากกว่า เนื่องจากเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อถูกกรีดแหวก |
ระยะเวลาในการพักฟื้น | เร็ว (ประมาณ 1–3 วันก็กลับมาใช้ชีวิตปกติได้) | ช้ากว่า (ต้องพักฟื้นและจำกัดบริเวณนาน 7–14 วัน) |
ความเสี่ยงในการติดเชื้อ | ต่ำมาก เนื่องจากอวัยวะภายในไม่สัมผัสอากาศภายนอก | มีโอกาสสูงกว่าเนื่องจากแผลเปิดกว้างและใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า |
ความละเอียดในการมองเห็น | สูงมาก มีกล้องกำลังขยายสูงช่วยส่องเห็นจุดเล็ก ๆ | เห็นได้ตามสายตาปกติของสัตวแพทย์ |
ข้อจำกัดในการใช้งาน | เหมาะกับเคสเฉพาะทาง การวินิจฉัย และเคสไม่รุนแรงวิกฤต | ใช้ได้ครอบคลุมทุกเคส ตั้งแต่เคสทั่วไปจนถึงเคสฉุกเฉินวิกฤต |
หลังผ่าตัดส่องกล้อง ต้องดูแลยังไง ?
แม้ว่าแผลจากการผ่าตัดส่องกล้องจะเล็กและสัตว์เลี้ยงจะฟื้นตัวได้ไว แต่ในช่วง 3–5 วันแรก เจ้าของยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลเปิดหรือติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อม ข้อควรปฏิบัติในการดูแลสัตว์เลี้ยงหลังผ่าตัดส่องกล้อง มีดังนี้
จำกัดบริเวณและการเคลื่อนไหว: ควรงดให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น กระโดดขึ้นลงโซฟา หรือขึ้นลงบันได ประมาณ 5-7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้แผลภายในและภายนอกเกิดการฉีกขาด
ใส่ปลอกคอกันเลีย: ห้ามถอดคอลลาร์ออกเด็ดขาด เพราะน้ำลายของสุนัขและแมวมีเชื้อแบคทีเรีย หากน้องเลียแผลอาจทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อได้
ป้อนยาให้ครบตามสั่ง: ให้ยาลดอักเสบ ยาแก้ปวด หรือยาฆ่าเชื้อตามที่สัตวแพทย์จ่ายให้อย่างเคร่งครัดและตรงเวลา
สังเกตความผิดปกติของแผล: ตรวจเช็กแผลทุกวันว่ามีอาการบวม แดง มีเลือดหรือน้ำเหลืองซึมออกมาผิดปกติหรือไม่ และต้องรักษาความสะอาดของแผลให้แห้งอยู่เสมอ
อาการผิดปกติที่ควรรีบพากลับมาพบสัตวแพทย์ทันที
สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมรุนแรง ไม่ยอมกินอาหารหรือน้ำหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง
มีอาการอาเจียน พยายามขย้อน หรือท้องเสีย
บาดแผลมีเลือดไหลไม่หยุด บวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไหมเย็บแผลหลุดก่อนกำหนด
อ่านต่อ:
ผ่าตัดส่องกล้อง ทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้น้องฟื้นตัวไวขึ้น
การผ่าตัดส่องกล้องถือเป็นนวัตกรรมการรักษาในสัตว์เลี้ยงที่มอบผลลัพธ์อันยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของการลดความเจ็บปวด บาดแผลที่เล็กมาก และช่วยให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่ร่าเริงสดใสได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้วิธีนี้จะไม่ได้ตอบโจทย์หรือใช้ได้กับทุกเคส 100% แต่ก็ถือเป็นทางเลือกอันดับแรก ๆ ที่เจ้าของยุคใหม่ควรพิจารณาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง
หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติ สัตว์เลี้ยงเผลอกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป หรือกำลังมองหาแนวทางการผ่าตัดที่ปลอดภัยและเจ็บน้อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องตระเวนค้นหา โรงพยาบาลสัตว์ใกล้ฉันที่ไหนให้เหนื่อย สามารถพาน้องเข้ามาปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เรามีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การประเมินความพร้อมของร่างกาย ไปจนถึงการผ่าตัดรักษาด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย มั่นใจได้ในความปลอดภัยและบริการที่อบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดส่องกล้อง (FAQ)
Q: ผ่าตัดส่องกล้องเจ็บไหม ?
A: เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก เนื่องจากบาดแผลมีขนาดเล็กและไม่มีการกรีดดึงกล้ามเนื้อเป็นแนวยาว อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดสัตวแพทย์จะมีการจ่ายยาระงับปวดให้ตามความเหมาะสม เพื่อให้น้อง ๆ รู้สึกสบายตัวที่สุดในช่วงพักฟื้น
Q: ผ่าตัดส่องกล้องต้องวางยาสลบไหม ?
A: จำเป็นต้องวางยาสลบเต็มระบบครับ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและทำให้สัตวแพทย์สามารถทำหัตถการส่องกล้องได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำที่สุด โดยจะมีวิสัญญีแพทย์คอยควบคุมสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
Q: ผ่าตัดส่องกล้อง ต้องนอนโรงพยาบาลไหม ?
A: ในหลาย ๆ เคส เช่น การทำหมันผ่านการส่องกล้อง หากสัตว์เลี้ยงฟื้นตัวจากยาสลบดี สัญญาณชีพปกติ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ก็สามารถรับกลับไปดูแลที่บ้านได้ในวันเดียวกัน โดยไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล
Q: ผ่าตัดส่องกล้องใช้เวลาฟื้นตัวกี่วัน ?
A: โดยทั่วไปสัตว์เลี้ยงจะเริ่มกลับมาร่าเริงและกินอาหารได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง ส่วนบาดแผลภายนอกที่มีขนาดเล็กจะใช้เวลาสมานตัวสมบูรณ์ภายใน 5–7 วัน ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดเปิดปกติที่อาจต้องใช้เวลานานถึง 10–14 วัน และ แผลหายสมบูรณ์ ที่ 10 -14 วันเท่าผ่าเปิด แต่มีโอกาสเกิด complication น้อยกว่า
Q: ผ่าตัดส่องกล้อง ราคา ประมาณเท่าไร ?
A: สำหรับเรื่องผ่าตัดส่องกล้องราคาเท่าไรนั้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ (เช่น วินิจฉัย ทำหมัน ผ่าตัด หรือคีบสิ่งแปลกปลอม) ขนาดตัวของสัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์เฉพาะทางที่ต้องใช้ในเคสนั้น ๆ แนะนำให้พาน้องเข้ามาตรวจประเมินร่างกายเพื่อรับการประเมินราคาที่แน่นอนจากสัตวแพทย์ต่อไป
ตรวจบทความโดย
น.สพ.ปราชญ์ หมายหาทรัพย์ (หมอปราชญ์) D.V.M, MS.c, DTBVS, CASVM (neurology)
ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ Orthopedic Center / ศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาท Neuro-Surgery/ศูนย์ผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนและผ่าตัดแผลเล็ก Soft Tissue and Minimal Invasive Surgery






Comments