top of page

ผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยง ดียังไง ปลอดภัยไหม เหมาะกับเคสไหน ?

  • Writer: phyathai7 pet care
    phyathai7 pet care
  • Jul 3
  • 2 min read
ห้องผ่าตัดสำหรับการผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงพร้อมทีมสัตวแพทย์

เมื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมวของเราเจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด สิ่งที่คนเป็นเจ้าของกังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของความเจ็บปวด ขนาดของบาดแผล และระยะเวลาในการพักฟื้นที่ยาวนาน ยิ่งหากเป็นน้องหมาน้องแมวแก่ สัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากหรือร่างกายอ่อนแอ การผ่าตัดใหญ่แบบดั้งเดิมก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและความกังวลใจให้เรามากขึ้นไปอีก แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปไกล ทำให้มีนวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าและการดูแลน้องหมา น้องแมวในยุคนี้ได้อย่างดีเยี่ยม


การผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงเป็นเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กในสัตว์เลี้ยงที่ช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิม เทคนิคนี้มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะหัตถการที่เกี่ยวกับช่องท้อง เช่น การส่องกล้องเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะอาหาร หรือการผ่าตัดช่องท้องแบบส่องกล้องเพื่อทำการแก้ไขภาวะความผิดปกติต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การรักษารูปแบบนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลและการประเมินของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก


ผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงคืออะไร ?


ผ่าตัดส่องกล้อง คือเทคนิคการผ่าตัดโดยอาศัยการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงสอดเข้าไปในร่างกายของสัตว์เลี้ยงผ่านทางช่องเปิดธรรมชาติหรือแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นรอยโรค อวัยวะภายใน และทำหัตถการรักษาได้อย่างแม่นยำผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องกรีดเปิดผิวหนังและกล้ามเนื้อเป็นแนวยาวเหมือนการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิม


การผ่าตัดในลักษณะนี้ลดการสร้างแผลหรือความบอบช้ำให้ร่างกายสัตว์ โดยทางการสัตวแพทย์เรียกเทคนิคนี้ว่าการผ่าตัดแบบ minimally invasive surgery (MIS) หรือการผ่าตัดที่สร้างความบอบช้ำให้กับเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยที่สุด โดยอุปกรณ์หลักที่นำมาใช้จะประกอบไปด้วย กล้อง endoscopy สัตว์เลี้ยง ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อยาวขนาดเล็ก ปลายท่อติดตั้งเลนส์กล้องและไฟส่องสว่างประสิทธิภาพสูง เมื่อสอดกล้องเข้าไปในร่างกายแล้ว ภาพภายในจะถูกขยายและส่งต่อมายังหน้าจอแสดงผล ทำให้สัตวแพทย์มองเห็นรายละเอียดของอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนมากกว่าการมองด้วยตาเปล่า


สำหรับการผ่าตัดส่องกล้องหรือการทำ laparoscopic surgery สัตว์ สัตวแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3–5 มิลลิเมตร จำนวน 1-3 จุด (ขึ้นอยู่กับประเภทของเคส) จากนั้นจะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าไปในช่องท้องเบา ๆ เพื่อขยายพื้นที่ให้มองเห็นอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนและปลอดภัย ก่อนจะใช้อุปกรณ์ผ่าตัดขนาดจิ๋วสอดเข้าไปทำการตัดเย็บหรือคีบชิ้นเนื้อเพื่อนำมาตรวจรักษาต่อไป


ผ่าตัดส่องกล้องดียังไง ?


ทีมสัตวแพทย์กำลังผ่าตัดส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงภายในห้องผ่าตัดพร้อมอุปกรณ์เฉพาะทาง

ข้อดีหลักของการเลือกวิธีผ่าตัดส่องกล้องคือ “แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วมาก” ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนปรารถนา เพราะช่วยลดความเครียดของทั้งตัวสัตว์เลี้ยงและตัวเจ้าของเองได้อย่างเห็นได้ชัด


หากถามว่าการ ผ่าตัดส่องกล้อง ดียังไง เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบปกติ สามารถสรุปจุดเด่นที่สำคัญได้ดังนี้


  • บาดแผลมีขนาดเล็กมาก: บาดแผลจากการส่องกล้องมักมีขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น ในบางเคสแผลเล็กจนแทบมองไม่เห็น ทำให้แผลสมานตัวได้เร็วกว่าเดิมมาก

  • เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดอย่างเห็นได้ชัด: เนื่องจากไม่มีการกรีดแหวกกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นแนวยาว และไม่มีการดึงรั้งอวัยวะภายในออกมาภายนอก ร่างกายของสัตว์เลี้ยงจึงบอบช้ำน้อยลง ส่งผลให้ระดับความเจ็บปวดหลังผ่าตัดลดลงอย่างมาก

  • ฟื้นตัวไว กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็ว: สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่ได้รับการผ่าตัดส่องกล้องมักจะสามารถลุกเดิน กินอาหาร และร่าเริงได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ต่างจากการผ่าตัดใหญ่ที่อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายวัน

  • ลดโอกาสติดเชื้อและแทรกซ้อน: การผ่าตัดส่องกล้องจะทำให้อวัยวะภายในสัมผัสกับอากาศภายนอกน้อยที่สุด จึงช่วยลดความเสี่ยงที่เชื้อโรคในอากาศจะหลุดรอดเข้าไปในช่องท้อง รวมถึงลดอัตราการเกิดพังผืดหลังผ่าตัดได้อีกด้วย

  • เสียเลือดน้อยมาก: อุปกรณ์และกล้องส่องที่มีความคมชัดสูง ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นเส้นเลือดขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถห้ามเลือดได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีในระหว่างทำหัตถการ


สัตว์เลี้ยงที่ขี้กลัวหรือเครียดง่าย มักจะตอบสนองต่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรง การเลือกวิธีผ่าตัดที่เจ็บน้อยลงจึงช่วยลดโอกาสที่น้อง ๆ จะเกิดความเครียดหรือภูมิคุ้มกันตกหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี หากคุณอยากให้น้องได้รับการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และปลอดภัยสูงสุด สามารถพาน้องเข้ามาปรึกษาทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อประเมินเคสและวางแผนการรักษาล่วงหน้าได้เลยวันนี้


ผ่าตัดส่องกล้องปลอดภัยไหม ?


ชุดอุปกรณ์ผ่าตัดส่องกล้องสำหรับการผ่าตัดสัตว์เลี้ยง

โดยทั่วไปแล้ว การส่องกล้องในสัตว์เลี้ยงมีความ “ปลอดภัยสูง” และมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัดเปิดช่องท้อง หากทำหัตถการโดยสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ภายใต้สถานพยาบาลที่มีเครื่องมือได้มาตรฐาน


ความมั่นใจและความปลอดภัยในการทำหัตถการประเภทนี้ เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่


  1. เครื่องมือส่องกล้องที่ทันสมัย: กล้องและจอมอนิเตอร์ในปัจจุบันมีความละเอียดสูงระดับ 4K ทำให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นรอยโรคขนาดเล็กที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในการผ่าตัดปกติได้

  2. ทีมสัตวแพทย์เฉพาะทาง: สัตวแพทย์ที่จะทำหัตถการนี้ต้องผ่านการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือส่องกล้องโดยเฉพาะ จึงมีความชำนาญในการควบคุมอุปกรณ์ขนาดเล็กภายในร่างกายสัตว์เลี้ยง

  3. การวางยาสลบอย่างเหมาะสม: มีวิสัญญีสัตวแพทย์คอยคำนวณและควบคุมการดมยาสลบ พร้อมทั้งตรวจเช็กสัญญาณชีพตลอดเวลาการผ่าตัด

  4. การติดตามอาการหลังผ่าตัด: มีระบบการดูแลและมอนิเตอร์สัญญาณชีพหลังฟื้นจากยาสลบอย่างใกล้ชิด จนกว่าสัตว์เลี้ยงจะปลอดภัยและพร้อมกลับบ้าน


อย่างไรก็ตาม ทุกการผ่าตัด ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ โดยความเสี่ยงหลัก ๆ มักจะอยู่ที่กระบวนการดมยาสลบ (เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท) และไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวหรือทุกรอยโรคจะสามารถใช้วิธีส่องกล้องได้ ตัวอย่างเช่น สัตว์ที่มีภาวะโรคหัวใจรุนแรง หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจขั้นวิกฤต อาจต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดเป็นพิเศษ ดังนั้น การเลือกโรงพยาบาลสัตว์ ผ่าตัดส่องกล้องที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีห้องผ่าตัดระบบปิดที่ปลอดเชื้อ และมีทีมแพทย์เฉพาะทาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ให้ลดน้อยลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ผ่าตัดส่องกล้องเหมาะกับเคสไหนบ้าง ?


การส่องกล้องรักษาสัตว์เลี้ยง เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค หรือเคสผ่าตัดรักษาโรคในช่องท้อง ช่องอก และระบบทางเดินต่าง ๆ ที่รอยโรคยังไม่ได้ลุกลามหรือขยายใหญ่จนเกินไป เช่น


  • การส่องกล้องเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย: เคสยอดฮิตสำหรับการผ่าตัดส่องกล้องสุนัข และผ่าตัดส่องกล้องแมวที่ชอบกลืนสิ่งของแปลกปลอม เช่น เหรียญ ตัวต่อของเล่น หรือเศษกระดูก

  • การทำหมันส่องกล้อง: เหมาะมากสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือแมวที่เจ้าของต้องการลดความเจ็บปวด แผลจะเล็กมากและลดเวลาในการพักฟื้นลงได้

  • การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ: เมื่อต้องการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งหรือภาวะอักเสบ ไม่ว่าจะในตับ ไต ลำไส้ หรือกระเพาะอาหาร การส่องกล้องเข้าไปคีบชิ้นเนื้อจะปลอดภัยและสร้างความช้ำให้สัตว์เลี้ยงน้อยที่สุด

  • การผ่าตัดไส้เลื่อนทองแดง: เคสที่อัณฑะของสัตว์เลี้ยงไม่ลงถุง แต่อยู่ในช่องท้อง การส่องกล้องจะช่วยให้ตามหาตำแหน่งอัณฑะได้อย่างรวดเร็วและนำออกได้ง่าย

  • การตรวจระบบทางเดินอาหารและหายใจ: ใช้ส่องดูการอักเสบ แผลในกระเพาะ หรือเนื้องอกในโพรงจมูกและหลอดลม


เคสที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดส่องกล้อง


แม้ว่าวิธีนี้จะมีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในบางกรณี เช่น


  • สัตว์ป่วยโรคหัวใจรุนแรง

  • ภาวะฉุกเฉินวิกฤต: เช่น มดลูกอักเสบติดเชื้อที่มีขนาดใหญ่และใกล้แตก หรือมีการตกเลือดในช่องท้องปริมาณมากจากอุบัติเหตุ

  • เนื้องอกหรือมะเร็งขนาดใหญ่ยักษ์: หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะดึงผ่านแผลส่องกล้องขนาดเล็กออกมาได้ ก็จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดตามปกติ

  • สัตว์เลี้ยงที่มีขนาดตัวเล็กเกินไปมาก ๆ: จนกระทั่งอุปกรณ์ส่องกล้องไม่สามารถสอดเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย


ผ่าตัดส่องกล้อง vs ผ่าตัดเปิด ต่างกันยังไง ?


เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองวิธีนี้กัน


หัวข้อเปรียบเทียบ

การผ่าตัดส่องกล้อง

การผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม

ขนาดของบาดแผล

เล็กมาก (ประมาณ 3–5 มิลลิเมตร เป็นจุดเล็ก ๆ)

ใหญ่ (เป็นแนวยาวตามขนาดของอวัยวะที่ต้องการผ่า)

ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด

น้อย สัตว์เลี้ยงฟื้นตัวและเดินได้เร็ว

มากกว่า เนื่องจากเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อถูกกรีดแหวก

ระยะเวลาในการพักฟื้น

เร็ว (ประมาณ 1–3 วันก็กลับมาใช้ชีวิตปกติได้)

ช้ากว่า (ต้องพักฟื้นและจำกัดบริเวณนาน 7–14 วัน)

ความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ต่ำมาก เนื่องจากอวัยวะภายในไม่สัมผัสอากาศภายนอก

มีโอกาสสูงกว่าเนื่องจากแผลเปิดกว้างและใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า

ความละเอียดในการมองเห็น

สูงมาก มีกล้องกำลังขยายสูงช่วยส่องเห็นจุดเล็ก ๆ

เห็นได้ตามสายตาปกติของสัตวแพทย์

ข้อจำกัดในการใช้งาน

เหมาะกับเคสเฉพาะทาง การวินิจฉัย และเคสไม่รุนแรงวิกฤต

ใช้ได้ครอบคลุมทุกเคส ตั้งแต่เคสทั่วไปจนถึงเคสฉุกเฉินวิกฤต

หลังผ่าตัดส่องกล้อง ต้องดูแลยังไง ?


แม้ว่าแผลจากการผ่าตัดส่องกล้องจะเล็กและสัตว์เลี้ยงจะฟื้นตัวได้ไว แต่ในช่วง 3–5 วันแรก เจ้าของยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลเปิดหรือติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อม ข้อควรปฏิบัติในการดูแลสัตว์เลี้ยงหลังผ่าตัดส่องกล้อง มีดังนี้


  • จำกัดบริเวณและการเคลื่อนไหว: ควรงดให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น กระโดดขึ้นลงโซฟา หรือขึ้นลงบันได ประมาณ 5-7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้แผลภายในและภายนอกเกิดการฉีกขาด

  • ใส่ปลอกคอกันเลีย: ห้ามถอดคอลลาร์ออกเด็ดขาด เพราะน้ำลายของสุนัขและแมวมีเชื้อแบคทีเรีย หากน้องเลียแผลอาจทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อได้

  • ป้อนยาให้ครบตามสั่ง: ให้ยาลดอักเสบ ยาแก้ปวด หรือยาฆ่าเชื้อตามที่สัตวแพทย์จ่ายให้อย่างเคร่งครัดและตรงเวลา

  • สังเกตความผิดปกติของแผล: ตรวจเช็กแผลทุกวันว่ามีอาการบวม แดง มีเลือดหรือน้ำเหลืองซึมออกมาผิดปกติหรือไม่ และต้องรักษาความสะอาดของแผลให้แห้งอยู่เสมอ


อาการผิดปกติที่ควรรีบพากลับมาพบสัตวแพทย์ทันที


  • สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมรุนแรง ไม่ยอมกินอาหารหรือน้ำหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง

  • มีอาการอาเจียน พยายามขย้อน หรือท้องเสีย

  • บาดแผลมีเลือดไหลไม่หยุด บวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไหมเย็บแผลหลุดก่อนกำหนด


อ่านต่อ: 


ผ่าตัดส่องกล้อง ทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้น้องฟื้นตัวไวขึ้น


การผ่าตัดส่องกล้องถือเป็นนวัตกรรมการรักษาในสัตว์เลี้ยงที่มอบผลลัพธ์อันยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของการลดความเจ็บปวด บาดแผลที่เล็กมาก และช่วยให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่ร่าเริงสดใสได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้วิธีนี้จะไม่ได้ตอบโจทย์หรือใช้ได้กับทุกเคส 100% แต่ก็ถือเป็นทางเลือกอันดับแรก ๆ ที่เจ้าของยุคใหม่ควรพิจารณาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง


หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติ สัตว์เลี้ยงเผลอกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป หรือกำลังมองหาแนวทางการผ่าตัดที่ปลอดภัยและเจ็บน้อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องตระเวนค้นหา โรงพยาบาลสัตว์ใกล้ฉันที่ไหนให้เหนื่อย สามารถพาน้องเข้ามาปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เรามีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การประเมินความพร้อมของร่างกาย ไปจนถึงการผ่าตัดรักษาด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย มั่นใจได้ในความปลอดภัยและบริการที่อบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดส่องกล้อง (FAQ)


Q: ผ่าตัดส่องกล้องเจ็บไหม ? 

A: เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก เนื่องจากบาดแผลมีขนาดเล็กและไม่มีการกรีดดึงกล้ามเนื้อเป็นแนวยาว อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดสัตวแพทย์จะมีการจ่ายยาระงับปวดให้ตามความเหมาะสม เพื่อให้น้อง ๆ รู้สึกสบายตัวที่สุดในช่วงพักฟื้น


Q: ผ่าตัดส่องกล้องต้องวางยาสลบไหม ? 

A: จำเป็นต้องวางยาสลบเต็มระบบครับ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและทำให้สัตวแพทย์สามารถทำหัตถการส่องกล้องได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำที่สุด โดยจะมีวิสัญญีแพทย์คอยควบคุมสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

Q: ผ่าตัดส่องกล้อง ต้องนอนโรงพยาบาลไหม ? 

A: ในหลาย ๆ เคส เช่น การทำหมันผ่านการส่องกล้อง หากสัตว์เลี้ยงฟื้นตัวจากยาสลบดี สัญญาณชีพปกติ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ก็สามารถรับกลับไปดูแลที่บ้านได้ในวันเดียวกัน โดยไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล


Q: ผ่าตัดส่องกล้องใช้เวลาฟื้นตัวกี่วัน ? 

A: โดยทั่วไปสัตว์เลี้ยงจะเริ่มกลับมาร่าเริงและกินอาหารได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง ส่วนบาดแผลภายนอกที่มีขนาดเล็กจะใช้เวลาสมานตัวสมบูรณ์ภายใน 5–7 วัน ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดเปิดปกติที่อาจต้องใช้เวลานานถึง 10–14 วัน และ แผลหายสมบูรณ์ ที่ 10 -14 วันเท่าผ่าเปิด แต่มีโอกาสเกิด complication น้อยกว่า


Q: ผ่าตัดส่องกล้อง ราคา ประมาณเท่าไร ? 

A: สำหรับเรื่องผ่าตัดส่องกล้องราคาเท่าไรนั้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ (เช่น วินิจฉัย ทำหมัน ผ่าตัด หรือคีบสิ่งแปลกปลอม) ขนาดตัวของสัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์เฉพาะทางที่ต้องใช้ในเคสนั้น ๆ แนะนำให้พาน้องเข้ามาตรวจประเมินร่างกายเพื่อรับการประเมินราคาที่แน่นอนจากสัตวแพทย์ต่อไป


ตรวจบทความโดย

น.สพ.ปราชญ์ หมายหาทรัพย์ (หมอปราชญ์) D.V.M, MS.c, DTBVS, CASVM (neurology)

ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ Orthopedic Center / ศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาท Neuro-Surgery/ศูนย์ผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนและผ่าตัดแผลเล็ก Soft Tissue and Minimal Invasive Surgery


Comments


© 2025 by PHYATHAI 7 Group Co., Ltd

  • Instagram
  • TikTok
line-me.png
bottom of page