แมวอ้วกเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุ สีอ้วกแมว และวิธีรับมือที่เจ้าของควรรู้
- phyathai7 pet care
- 2 days ago
- 2 min read

แมวอาเจียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยและเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอาเจียนก้อนขน (Hairball) หรือการกินอาหารเร็วเกินไป (สำรอก) ไปจนถึงสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น โรคไต โรคไทรอยด์ เนื้องอก หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น หากแมวมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง มีสีผิดปกติ หรือมีอาการซึม อ่อนแรง และท้องเสียร่วมด้วย เจ้าของควรสังเกตลักษณะอาเจียน ถ่ายรูปหรือวิดีโอเก็บไว้ และรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างเหมาะสม
แมวอ้วก แมวอาเจียนเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อย
แมวอาเจียนเกิดจากอะไร? คำตอบคือเกิดได้จากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและความผิดปกติของร่างกาย โดยสามารถแบ่งสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ดังนี้
กินอาหารเร็วเกินไป: เมื่อแมวแย่งกันกินอาหารหรือหิวจัดจนรีบกลืนอาหาร ทำให้อาหารลงไปอัดแน่นในกระเพาะจนเกิดการขย้อน และอาเจียนอาหารที่ยังไม่ย่อยออกมา (สำรอก)
ก้อนขน (Hairball): เกิดจากการที่แมวเลียทำความสะอาดตัวเองแล้วกลืนเส้นขนลงไปสะสมในทางเดินอาหาร จนเกิดการรวมตัวเป็นก้อนขนและถูกขับออกมาทางการอาเจียน อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นประจำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม
การเปลี่ยนอาหารกะทันหัน: ระบบย่อยอาหารของแมวค่อนข้างอ่อนไหว การเปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรอาหารทันทีอาจทำให้อาเจียนร่วมกับท้องเสียได้
การกินสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษ: แมวบางตัวชอบกินสิ่งแปลกปลอม เช่น ผมคน แผ่นรองซับ เชือก ยางมัดผม ยา หรือเศษของเล่น จนอาจเกิดการอุดตันในทางเดินอาหารได้ หรือบางครั้งอาจกินต้นไม้ที่เป็นพิษต่อแมว เช่น ต้นสนใบพาย สนเกรวิลเลีย ยี่โถ ปรงสาคู เฟิร์น ลิลลี องุ่น ว่านหางจระเข้ และปาล์มบางชนิด ซึ่งอาจทำให้แมวอาเจียนได้
โรคระบบทางเดินอาหารในแมว
โรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้หัดแมว (Feline Panleukopenia), โรคโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิด FIP, FeLV หรือการติดพยาธิในลำไส้
โรคทางระบบ เช่น ภาวะทางเดินอาหารอักเสบ ตับอักเสบ ไตวาย ตับอ่อนอักเสบ มะเร็ง ไทรอยด์เป็นพิษ กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือภาวะ Triaditis ซึ่งส่งผลให้แมวแสดงอาการอาเจียนได้
เมื่อพบว่าแมวมีอาการอาเจียน อย่าลืมสังเกตอาการโดยละเอียด และเก็บข้อมูลเหตุการณ์หรืออาหารที่กินก่อนอาเจียน ท่าทางขณะอาเจียน ลักษณะของอาเจียน และความถี่ของการอาเจียน หรือหากสามารถถ่ายวิดีโอขณะอาเจียน หรือมีภาพกองอาเจียน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสัตวแพทย์ในการช่วยวินิจฉัยโรคได้อย่างตรงจุด
สีอาเจียนแมว บ่งบอกสุขภาพอะไรได้บ้าง?

แมวอาเจียนเป็นน้ำใส
เกิดได้ทั้งจากการดื่มน้ำแล้วสำรอกออกมาจากหลอดอาหาร หรือเป็นการอาเจียนจากกระเพาะอาหารในขณะที่ท้องว่าง โดยควรสังเกตความถี่และอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการซึม ไม่กินอาหาร หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพาไปพบสัตวแพทย์
แมวอาเจียนเป็นสีเหลืองปนก้อนขน
เป็นลักษณะการอาเจียนที่พบได้บ่อยในแมว โดยเฉพาะสายพันธุ์ขนยาว เกิดจากการสะสมของเส้นขนในทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ รวมถึงหมั่นแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปริมาณขนที่แมวอาจกลืนเข้าไป
แมวอาเจียนสีเหลือง
สีเหลืองในอาเจียนมักเกิดจากน้ำดี ซึ่งอาจพบได้ในแมวที่ท้องว่างเป็นเวลานาน หรือเกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ตับ หรือตับอ่อน หากพบการอาเจียนซ้ำหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพาไปพบสัตวแพทย์
แมวอาเจียนเป็นเลือด
หากพบเลือดสดปนออกมาในอาเจียน อาจบ่งชี้ถึงการมีเลือดออกในปาก หลอดอาหาร หรือกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบ แผลในทางเดินอาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม หรือโรคอื่น ๆ ที่รุนแรงได้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน
วิธีดูแลน้องแมวเมื่อมีอาการอาเจียน
1. การดูแลเบื้องต้นสำหรับกรณีอาเจียนไม่รุนแรง
งดอาหารประมาณ 3–4 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ระบบทางเดินอาหารได้พักผ่อนและลดการระคายเคือง โดยควรมีน้ำสะอาดวางไว้ให้ตลอดเวลา
ให้อาหารที่ย่อยง่าย หากหยุดอาเจียนแล้ว ให้เริ่มอาหารสูตรย่อยง่ายปั่น หรือทำให้เป็นชิ้นเล็กลง ในปริมาณน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณตามความเหมาะสม
สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด สังเกตว่ามีการอาเจียนต่อเนื่องหรือไม่ และมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ซึม ไข้ขึ้น ถ่ายเหลว หลบซ่อนตัว หรือไม่กินอาหาร หากพบอาการเหล่านี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
การรักษาอย่างตรงจุดจะช่วยให้น้องแมวไม่ต้องทรมานจากการอาเจียน และยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้อีกด้วย
2. การรักษาโดยสัตวแพทย์ (สำหรับอาเจียนรุนแรงหรือเรื้อรัง)
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา ดังนี้
ให้น้ำเกลือ: เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและภาวะเสียสมดุลเกลือแร่
ใช้ยารักษา: คุณหมออาจพิจารณาให้ยาต้านอาเจียน ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลลำไส้ หรือยาอื่น ๆ ตามสาเหตุของการอาเจียน
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูสุขภาพองค์รวม ค่าตับและไต รวมไปถึงการตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ
การตรวจเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์: ในกรณีที่สงสัยการอุดตันในทางเดินอาหาร หรือตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายใน
การผ่าตัดหรือการส่องกล้อง: ในกรณีที่พบก้อนมะเร็งหรือสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหารที่ไม่สามารถขับออกมาเองได้ ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการส่องกล้องเพื่อช่วยเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินอาหารได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด
การรักษาอย่างตรงจุด จะช่วยให้น้องแมวไม่ต้องทรมาณกับการอาเจียนอีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่มาพร้อมกับการอาเจียนได้อีกด้วย แต่ข้อสำคัญคือ อาการอาเจียนเรื้อรังต้องตรวจโดยสัตวแพทย์เท่านั้น ติดต่อทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อรับการดูแลครบวงจรทั้งตรวจเลือด เอกซเรย์ และวินิจฉัยสาเหตุได้ทันที รวมถึงการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการผ่าตัดและส่องกล้อง
3. การดูแลหลังการรักษาเพื่อไม่ให้กลับมาอ้วกอีก
ให้อาหารสูตรย่อยง่าย เช่น สูตรประกอบการรักษาโรคทางเดินอาหาร หรือใช้สูตรอาหารตามที่สัตวแพทย์แนะนำ
แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ 4-5 มื้อต่อวัน แทนการให้มื้อใหญ่เพียงครั้งเดียว
งดการให้ขนมหรืออาหารคนในช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นฟู
แนวทางการป้องกันอาการแมวอ้วก
1. แปรงขนสม่ำเสมอ: ช่วยลดปริมาณขนที่น้องแมวจะกลืนลงไป ลดโอกาสเกิดก้อนขน
2. ไม่เปลี่ยนอาหารกะทันหัน: หากต้องเปลี่ยนสูตรอาหาร ให้ผสมอาหารเก่าและใหม่เข้าด้วยกันโดยค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วน โดยใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7 วัน
3. เก็บของชิ้นเล็กให้พ้นปาก: เช่น ของเล่น ยางมัดผม เชือก หรือพลาสติก
4. ฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ: ตามที่สัตวแพทย์แนะนำและไปตามนัดเสมอ เพื่อป้องกันโรคไวรัสที่รุนแรงและการมีพยาธิสะสมในร่างกาย
5. ตรวจสุขภาพประจำปี: เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที และทำการรักษาตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรง
แมวอ้วกไม่ใช่เรื่องเล็ก รู้ทันสาเหตุและสังเกตอาการให้ถูกจุด

การที่ แมวอ้วก อาจเป็นเพียงเรื่องอย่างการขจัดก้อนขน หรืออาจเป็นสัญญาณอันตรายจากโรคทางระบบที่อาจรุนแรงถึงชีวิต หัวใจสำคัญคือการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เช่น ความถี่ สีของอ้วก รวมไปถึงอาการร่วมอื่น ๆ เพื่อให้สามารถพาน้องแมวมาสู่มือคุณหมอได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ดีหากน้องแมวของคุณมีอาการอ้วกบ่อย ซึม หรือไม่กินอาหาร ควรรีบพามาตรวจโดยสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เรามีทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมอุปกรณ์ตรวจครบวงจร ดูแลตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการฟื้นฟู ให้คุณอุ่นใจว่าน้องจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวอ้วก (FAQ)
Q: แมวอ้วกบ่อยผิดปกติไหม?
A: ผิดปกติ หากแมวอ้วกมากกว่าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรืออ้วกติดต่อกันหลายวัน ถือเป็นอาการที่ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ
Q: แมวอ้วก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
A: เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ก้อนขน กินเร็วเกินไป เปลี่ยนอาหารกะทันหัน โรคระบบทางเดินอาหารในแมว หรือโรคทางระบบอื่น ๆ เช่น โรคไต และตับอ่อนอักเสบ
Q: สีอ้วกแมวบอกอะไรได้บ้าง?
A: สีอ้วกจะช่วยบ่งชี้ถึงสาเหตุของการอ้วกได้อย่างคร่าว ๆ เช่น สีเหลืองอาจบ่งชี้ถึงการไม่กินอาหาร อ้วกปนเลือดอาจบ่งชี้ถึงสิ่งแปลกปลอมมีคมในทางเดินอาหาร แต่อย่างไรก็ดีลักษณะสีของอ้วกจะไม่สามารถบ่งชี้สาเหตุได้อย่างเฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ควรพาน้องไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยสาเหตุอย่างรอบด้าน
Q: แมวอ้วกแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอ?
A: อ้วกเป็นเลือดหรือมีเลือดปน, อ้วกติดต่อกันหลายครั้งในหนึ่งวัน, แมวอ้วก ซึม ไม่กินอาหาร หรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
Q: ดูแลแมวอ้วก เบื้องต้นยังไงได้บ้าง?
A: ให้งดอาหาร 12 ชั่วโมง สังเกตอาการ สังเกตสีอ้วก หากหยุดอาเจียนจึงค่อยให้อาหารที่ย่อยง่ายทีละนิด และควรมีน้ำสะอาดวางไว้ให้ หากไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ควรพาไปพบสัตวแพทย์ที่ โรงพยาบาลสัตว์ ทันที






Comments