คู่มือฉีดวัคซีนสุนัข ฉีดกี่เข็ม ฉีดเมื่อไหร่ พร้อมตารางฉีดตามช่วงวัย
- phyathai7 pet care
- Jul 7
- 2 min read

หากถามว่า วัคซีนสุนัขจำเป็นไหม? คำตอบคือ "จำเป็นมาก" สุนัขทุกตัวควรได้รับการฉีดวัคซีนสุนัข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบติดต่อ และโรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะโปรแกรมวัคซีนเริ่มต้นในวัยเด็กถือว่ามีความสำคัญเหมือนเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดีของน้องสุนัข โดยเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 6–8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นตามที่คุณหมอนัดจนครบ การที่น้องสุนัขไม่ได้รับวัคซีนเลย ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่น้องจะเผชิญกับเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งนอกจากจะเป็นการสูญเสียทางสุขภาพแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย ฉะนั้นป้องกันไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของสุนัขมือใหม่ หรือกำลังสงสัยว่า วัคซีนสุนัข มีกี่เข็ม? วัคซีนสุนัข มีกี่ชนิด? ในบทความนี้เราจะตอบครบทุกคำถามของวัคซีนสุนัข ตั้งแต่ประเภทของวัคซีน ช่วงอายุที่เหมาะสม ตารางวัคซีนสุนัข ไปจนถึงการดูแลหลังฉีดวัคซีน เพื่อให้คุณเจ้าของมีความมั่นใจในการพาเจ้าสุนัขไปทำวัคซีนมากขึ้น
วัคซีนหลักของสุนัขมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดป้องกันโรคอะไร?
สุนัขต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง? วัคซีนที่แนะนำให้ฉีดในน้องสุนัขถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ วัคซีนหลัก (core vaccine) คือ วัคซีนที่สุนัขทุกตัวควรได้รับ และวัคซีนทางเลือก (non-core vaccine) ที่อาจไม่จำเป็นต้องฉีดในทุกตัว แต่จะพิจารณาตามความเสี่ยงของการสัมผัสโรคและแนะนำให้ฉีดในสุนัขกลุ่มเสี่ยง โดยวัคซีนแต่ละชนิดจะประกอบไปด้วยวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ดังนี้
1. วัคซีนหลัก (Core Vaccine)
วัคซีนรวมโรคหัด ลำไส้อักเสบ และตับอักเสบ (CDV, CPV, CAV-2): สำหรับคนสงสัยว่า วัคซีนรวมสุนัขคืออะไร นี่คือคำตอบ เพราะวัคซีนนี้จะช่วยป้องกันโรคร้ายแรงได้ 3 โรคในการฉีดครั้งเดียว ทั้งโรคหัดสุนัข (canine distemper) ที่ทำลายระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร, โรคลำไส้อักเสบติดต่อ (canine parvovirus) ที่ทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้สุนัขท้องเสียและอาเจียนอย่างรุนแรง และโรคไวรัสตับอักเสบ (canine adenovirus) เป็นไวรัสที่ทำลายเซลล์ตับ ทำให้สุนัขปวดท้องและมีภาวะดีซ่านได้ การฉีดวัคซีนชนิดนี้จะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคทั้ง 3 นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์
วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies): โรคพิษสุนัขบ้า โรคติดต่อร้ายแรงที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน หากติดโรคขึ้นมาจะไม่สามารถรักษาได้และมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก จึงเป็นวัคซีนที่กฎหมายบังคับให้สุนัขทุกตัวต้องฉีด โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 สัปดาห์
วัคซีนโรคฉี่หนู (Leptospirosis): เป็นโรคที่ยังพบการระบาดในประเทศไทย ทำให้เกิดไข้สูง ภาวะดีซ่าน และไตวายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้โรคนี้ยังสามารถติดคนได้ โดยเริ่มฉีดวัคซันป้องกันในสุนัขได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์
2. วัคซีนทางเลือก (Non-Core Vaccine)
วัคซีน Canine parainfluenza (CPiV): เป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสก่อโรคหวัดสุนัขที่ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว สุนัขกลุ่มเสี่ยงคือสุนัขอายุน้อยที่ถูกเลี้ยงอย่างแออัด หรือเลี้ยงในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์
วัคซีน Bordetella bronchiseptica: เป็นหนึ่งในโรคหวัดสุนัขเช่นกัน มีคุณสมบัติติดต่อได้อย่างรวดเร็ว มักพบในพื้นที่แออัดและอากาศไม่ถ่ายเท โดยวัคซีนชนิดนี้สามารถเริ่มต้นฉีดได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตวัคซีน
ตารางวัคซีนสุนัขแต่ละช่วงอายุ

ลูกสุนัขฉีดวัคซีนตอนไหน หรือ ฉีดวัคซีนสุนัขกี่เดือน? คำตอบคือ ควรเริ่ม ฉีดวัคซีนสุนัขครั้งแรก เมื่ออายุได้ 8 สัปดาห์ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากนมแม่จะเริ่มลดลง โดยวัคซีนคอร์สแรกสำหรับสุนัขถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นการวางรากฐานของภูมิคุ้มกันป้องกันโรคร้ายแรงเหล่านี้ให้กับสุนัขตั้งแต่เด็ก ๆ โดยสามารถดูตัวอย่างโปรแกรมวัคซีนพื้นฐานได้ตามตารางต่อไปนี้
อายุของสุนัข | ชนิดของวัคซีนที่ควรได้รับ |
8 สัปดาห์ | วัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 + วัคซีนโรคฉี่หนู (เข็มที่ 1) |
12 สัปดาห์ | วัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 + วัคซีนโรคฉี่หนู (เข็มที่ 2) |
14 สัปดาห์ | วัคซีนพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 1) |
16 สัปดาห์ | วัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 + วัคซีนโรคฉี่หนู (เข็มที่ 3) |
18 สัปดาห์ | วัคซีนพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 2) |
อายุครบ 1 ปี | วัคซีนพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 3) |
การกระตุ้นซ้ำ |
|
หมายเหตุ: ในกรณีที่ลูกสุนัขมีความเสี่ยงสูง เช่น ไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด อาจเริ่มทำวัคซีน รวมโรค CDV, CPV, CAV-2 ได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ และ/หรือ กระตุ้นวัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 + วัคซีนโรคฉี่หนู ที่อายุ 26 สัปดาห์
ทั้งนี้ตารางวัคซีนไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว เมื่อคุณเจ้าของพาน้องไปรับวัคซีนที่โรงพยาบาล คุณหมอจะทำการประเมินข้อมูลสุขภาพ และซักประวัติถึงความเสี่ยง เพื่อออกแบบโปรแกรมวัคซีนสำหรับน้องสุนัขแต่ละตัวให้เหมาะสมที่สุด
คำแนะนำจากสัตวแพทย์: ควรบันทึกข้อมูลการทำวัคซีนไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสมุดวัคซีนหรือการบันทึกในโทรศัพท์เพื่อเป็นข้อมูลสุขภาพของน้องสุนัขไปตลอดชีวิต นอกจากนี้การฉีดกระตุ้นวัคซีนอย่างต่อเนื่องทุกปี จะช่วยให้น้องมีระดับภูมิคุ้มกันที่สม่ำเสมอ และสามารถป้องกันโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฉีดวัคซีนสุนัขที่ไหนดี? เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์อย่างไร
เมื่อถึงเวลาต้องพาเจ้าสุนัขแสนรักไปรับวัคซีน เจ้าของหลายคนอาจเสิร์ชหา คลินิกฉีดวัคซีนสุนัขใกล้ฉัน หรือ ฉีดวัคซีนสุนัขที่ไหนดี เราจึงมีจุดสังเกตสถานพยาบาลให้คุณเจ้าของคร่าว ๆ เผื่อเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจในการพาน้องมาฉีดวัคซีน โดยควรพิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้
ฉีดวัคซีนโดยสัตวแพทย์เท่านั้น: ในขั้นตอนการฉีดวัคซีนควรอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอตั้งแต่ก่อน-ระหว่าง-หลังฉีดวัคซีน เนื่องจากก่อนฉีดวัคซีน จะต้องตรวจประเมินสุขภาพก่อนเสมอว่าน้องสุนัขพร้อมฉีดวัคซีนหรือไม่ เพื่อให้วัคซีนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง รวมถึงเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารวัคซีนเข้าสู่ตัวสุนัขทำได้ถูกต้อง ไปจนถึงการดูแลหลังฉีดวัคซีน ควรมีคุณหมอดูแลเผื่อไว้ในเหตุการณ์ที่เกิดผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน เช่น อาการแพ้วัคซีน
มีระบบติดตามและแจ้งเตือน: สถานพยาบาลสัตว์ควรมีประวัติการรักษาที่ชัดเจน และมีบริการโทรหรือส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มถัดไปเพื่อให้การทำวัคซีนไม่ตกหล่น
ความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน: ในกรณีที่สุนัขมีอาการแพ้วัคซีนรุนแรง โรงพยาบาลจะต้องมียาและอุปกรณ์พร้อมช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที
หากกำลังมองหาสถานพยาบาลสำหรับเริ่มต้นวัคซีนให้กับเจ้าสุนัขแสนรักของคุณ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เราเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลสุนัขของคุณอย่างใกล้ชิด ให้บริการฉีดวัคซีนครบทุกชนิด ภายใต้มาตรฐานการจัดเก็บและห้องตรวจที่สะอาด ปลอดเชื้อ ปราศจากความเครียด จองคิวฉีดวัคซีนสุนัขกับทีมสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ได้ง่าย ๆ โทรสอบถามหรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ของเราได้ทันที
ดูแลน้องหมาก่อนและหลังฉีดวัคซีนอย่างไร?

แนะนำการดูแลสุนัขก่อนฉีดวัคซีน:
สังเกตสุขภาพเบื้องต้น: สุนัขที่พร้อมฉีดวัคซีนจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง โดยคุณเจ้าของสามารถสังเกตได้เบื้องต้นจากลักษณะอาการหรือพฤติกรรมที่น้องแสดงออกมา จะต้องไม่มีอาการทางร่างกายที่ผิดปกติ ไม่ซึม น้องสามารถกินอาหารและขับถ่ายได้ตามปกติ
งดอาบน้ำ/แช่น้ำ: ควรงดอาบน้ำอย่างน้อย 1-2 วันก่อนพาไปฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายของน้องสุนัขเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่การป่วยก่อนมาฉีดวัคซีนได้
ดูแลอย่างดี: ให้น้องได้กินอิ่ม นอนหลับ ออกกำลังกายแต่พอดี เพื่อเสริมให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
แนะนำการดูแลสุนัขหลังฉีดวัคซีน:
สังเกตอาการหลังฉีดวัคซีนที่พบได้ปกติ: ในช่วง 1-2 วันแรก น้องอาจมีอาการซึมลงเล็กน้อย กินอาหารน้อยลง หรือนอนเยอะขึ้น บริเวณที่ฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง
งดอาบน้ำ/แช่น้ำ 7 วัน: เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้ป่วยได้ง่าย
เฝ้าระวังอาการแพ้รุนแรง: แม้อาการแพ้วัคซีนจะเป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อย แต่หลังฉีดวัคซีนทุกครั้ง ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และควรพาน้องกลับมาพบคุณหมอหากสุนัขมีอาการหน้าบวม ตาบวม มีผื่นแดงขึ้นตามตัว อาเจียน ท้องเสีย โดยเฉพาะอาการหายใจลำบาก หรือหมดสติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ควรพามาพบสัตวแพทย์โดยทันที
เพราะฉะนั้น หากน้องหมามีอาการผิดปกติหลังฉีดวัคซีน อย่ารอช้า โทรปรึกษาทีมสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ฉีดวัคซีนสุนัข ป้องกันโรคร้ายได้ตั้งแต่ต้น
การทำวัคซีนสุนัข ถือเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง การพาน้องไปรับวัคซีนตามนัดอย่างเคร่งครัด ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตน้องสุนัขจากเชื้ออันตราย แต่มีประโยชน์ในแง่การจำกัดการระบาดของโรค ทั้งจากสัตว์สู่สัตว์ และสัตว์สู่คน ช่วยปกป้องสมาชิกในครอบครัวจากโรคติดต่อร้ายแรงอย่างโรคพิษสุนัขบ้าได้
เชื่อว่าการทำ วัคซีนสุนัข อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการมาโรงพยาบาลของน้องสุนัขหลาย ๆ ตัว ดังนั้นการเลือกโรงพยาบาลแรกจึงเหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่สำคัญมาก และเพื่อให้น้องสุนัขได้รับการบริการสุขภาพที่ถูกต้องและมีภาพจำที่ดีในการมาโรงพยาบาล การเลือกโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานและให้ความสำคัญกับการลดความเครียดในโรงพยาบาลจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดีและประสบการณ์ที่ดีในการมาโรงพยาบาลสัตว์ให้กับน้อง ๆ
เลือกโรงพยาบาลสัตว์ที่ทำให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก และอย่ารอให้สายเกินไป พาสุนัขของคุณมาฉีดวัคซีนกับทีมสัตวแพทย์มืออาชีพที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ได้ทุกวัน พร้อมรับบริการตรวจสุขภาพครบวงจร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนสุนัข (FAQ)
Q: สุนัขต้องฉีดวัคซีนกี่เข็ม?
A: ในขวบปีแรก จะต้องฉีดวัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 + วัคซีนโรคฉี่หนู 3 เข็ม และวัคซีนพิษสุนัขบ้า 3 เข็ม หลังจากนั้นจะมีการนัดกลับมากระตุ้นวัคซีนสม่ำเสมอ สำหรับวัคซีนพิษสุนัขบ้าและวัคซีนโรคฉี่หนูจะเป็นการกระตุ้นซ้ำทุกปี ส่วนวัคซีนรวมโรค CDV, CPV, CAV-2 อาจซ้ำทุก 1 หรือ 3 ปี ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ นอกจากนี้อาจมีการพิจารณาให้วัคซีนทางเลือกตามความเสี่ยงเพิ่มเติม
Q: เริ่มฉีดวัคซีนสุนัขตอนไหน?
A: ลูกสุนัขฉีดวัคซีนตอนไหน โดยทั่วไปเริ่มได้ที่ 8 สัปดาห์ แต่ในกรณีที่ลูกสุนัขมีความเสี่ยงสูง เช่น ไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด อาจเริ่มทำวัคซีน รวมโรค CDV, CPV, CAV-2 ได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์
Q: สุนัขไม่ฉีดวัคซีนได้ไหม?
A: สุนัขทุกตัวควรได้รับวัคซีน เนื่องจากหากไม่ฉีดวัคซีน สุนัขจะเสี่ยงต่อการติดโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก นอกจากนี้ กฎหมายยังระบุให้เจ้าของต้องพาสุนัขและแมวไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย
Q: สุนัขต้องฉีดวัคซีนทุกปีไหม?
A: ควรฉีดทุกปี (หรือตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์ประเมินตามชนิดวัคซีน) เพราะการฉีดกระตุ้นจะช่วยรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้สม่ำเสมอ ให้ร่างกายพร้อมเมื่อต้องเจอกับเชื้อ
Q: หลังฉีดวัคซีนสุนัขซึมปกติไหม?
A: เป็นอาการที่พบได้ปกติ สุนัขอาจมีอาการซึม นอนเยอะ ไม่ค่อยกินอาหาร ในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีด แต่หากพบว่าอาการไม่ดีขึ้นหลังจากนี้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์
Q: ต้องงดอาบน้ำหลังฉีดวัคซีนไหม?
A: ควรงดอาบน้ำ/แช่น้ำอย่างน้อย 7 วันหลังฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายของน้องสุนัขเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ตรวจบทความโดย
สพ.ญ.อิสรินทร์ สิทธิจารุทรัพย์ (หมอแจน)
ศูนย์อายุรกรรมทั่วไปและแผนกฉุกเฉิน (สาขาอารีย์)General Medicine and Emergency Center (Ari)
เอกสารอ้างอิง
สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย. แนวทางการให้วัคซีนในสุนัขและแมวของประเทศไทย ปี 2024 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 17 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.vpatthailand.org/media/default/5952/VPAT%20Vaccination%20Guidelines%202024.pdf






Comments