วิธีเลี้ยงลูกแมวแรกเกิดให้แข็งแรง ตั้งแต่ป้อนนม-ขับถ่าย-ควบคุมอุณหภูมิ
- phyathai7 pet care
- Jun 29
- 2 min read
Updated: Jul 2

หากคุณเพิ่งบังเอิญไปเจอลูกแมวตัวน้อยที่ถูกทิ้ง หรือแม่แมวที่บ้านเพิ่งคลอดลูกออกมาใหม่ ๆ เชื่อว่าพ่อแม่แมวมือใหม่หลายคนคงมีความกังวลใจและเกิดคำถามมากมายว่า วิธีเลี้ยงลูกแมวแรกเกิด เริ่มต้นยังไง? จะเลี้ยงรอดไหม? หรือ เลี้ยงลูกแมวแรกเกิดต้องทำยังไง เพื่อให้น้องแมวเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง ปลอดภัย และมีพัฒนาการที่สมวัย
การดูแลลูกแมวแรกเกิด โดยเฉพาะในกรณีที่เป็น วิธีเลี้ยงลูกแมวไม่มีแม่ นั้นถือเป็นงานที่ต้องอาศัยความใส่ใจและทุ่มเท ทั้งการควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น การให้อาหารที่ถูกวิธี และการกระตุ้นขับถ่าย รวมถึงการจัดที่อยู่ให้น้องอย่างเหมาะสม ฉะนั้นในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการดูแลลูกแมวแรกเกิดโดยละเอียด เพื่อให้คุณสามารถดูแลลูกแมวตัวน้อยให้เติบโตมาเป็นแมวที่สุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดี
เช็กลิสต์ ลูกแมวแรกเกิดต้องดูแลอะไรบ้าง?
สำหรับลูกแมวแรกเกิดที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ และไม่มีแม่แมวอยู่ด้วย เจ้าของต้องช่วยทำหน้าที่ทุกอย่างแทนแม่แมว โดยควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
ชั่งน้ำหนักทุกวัน: ปกติแล้วในช่วงแรกเกิด น้ำหนักของลูกแมวจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ควรลดลง ถ้าแนวโน้มน้ำหนักเริ่มลดลง ควรปรึกษาสัตวแพทย์
ให้นมโดยแบ่งหลายมื้อ: กระเพาะของลูกแมวมีขนาดเล็กมาก จึงต้องกินอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง โดยช่วงแรกอาจต้องป้อนทุก ๆ 2 ชั่วโมง แล้วค่อย ๆ ปรับลดความถี่ลง ตามขนาดกระเพาะของน้องแมวที่โตขึ้น ทั้งนี้อาจปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับปริมาณน้ำนมและจำนวนมื้อในแต่ละช่วงอายุ
ระวังอุณหภูมิตก: ลูกแมวแรกเกิดยังไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตัวเองได้ดี ถ้าถามว่า ลูกแมวแรกเกิดตัวเย็นอันตรายไหม คำตอบคืออันตรายถึงชีวิตได้เลย ในช่วงสัปดาห์แรก ควรคุมอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมให้อยู่ที่ 30-32 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟกก แผ่นทำความร้อน หรือถุงน้ำอุ่น และเผื่อพื้นที่ให้ลูกแมวเลือกอุณหภูมิได้เอง
ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ก่อน/หลังให้นมทุกครั้ง: เราต้องช่วยกระตุ้นการขับถ่ายโดยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่น ถูบริเวณใต้หางอย่างนุ่มนวล ซึ่งตามธรรมชาติแม่แมวจะเลียให้ แต่ถ้าไม่มีแม่ เราต้องทำหน้าที่นี้แทน
จัดที่นอน ข้าวของเครื่องใช้ให้ปลอดภัย สะอาด และอบอุ่น: ควรใช้กล่องหรือตะกร้าที่มีผ้าห่มนุ่ม ๆ รองพื้น วางในมุมที่เงียบสงบ ปราศจากเสียงรบกวนหรือลมเย็น และควรดูแลข้าวของเครื่องใช้ เช่น อุปกรณ์ป้อนนม ให้สะอาดอยู่เสมอ
สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด: ต้องคอยดูว่าลูกแมวมีอาการลูกแมวแรกเกิดไม่กินนม น้ำหนักลด นอนนิ่ง ตัวเย็น ส่งเสียงร้องตลอดเวลา หรือชัก หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
ลูกแมวแรกเกิดกินอะไร? ต้องป้อนนมยังไง?

ลูกแมวแรกเกิดต้องกิน นมแม่ หรือนมทดแทนสำหรับลูกแมวเท่านั้น ไม่ควรให้กินนมวัวหรือนมแพะเนื่องจากปริมาณสารอาหารไม่ตรงตามที่ลูกแมวต้องการ รวมถึงต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนลักษณะอาหารตามช่วงอายุและพัฒนาการของลูกแมว โดยควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงสูตรอาหาร ปริมาณอาหาร และจำนวนมื้อที่เหมาะสมต่อวัน
ลูกแมวแรกเกิด-4 สัปดาห์: อาหารที่ดีที่สุดคือ นมจากแม่แมว แต่หากไม่มีแม่ ควรใช้นมทดแทนสำหรับลูกแมว (kitten milk replacer) อุ่นให้ได้อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส วิธีป้อนนมลูกแมว คือ ใช้ขวดนมสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเลือกขนาดจุกที่เหมาะสม หรือใช้ไซริงค์ต่อกับจุกนม อุ้มลูกแมวในท่าคว่ำหน้าลงและจับท่าทางลูกแมวให้คล้ายกับท่าดูดนมแม่ที่สุด ระวังการหงายท้องป้อนเพราะนมอาจสำลักลงปอด ทำให้ปอดอักเสบและเสียชีวิตได้ และป้อนนมในปริมาณที่เหมาะสมทุก 2–4 ชั่วโมง
ลูกแมวอายุ 4-6 สัปดาห์: เป็นช่วงที่ลูกแมวหย่านม สามารถเริ่มให้อาหารกับลูกแมวได้ โดยใช้อาหารสูตรแม่และลูกแมว เริ่มจากการผสมอาหารเปียกหรืออาหารเม็ดแช่น้ำกับนมเล็กน้อย กวนให้มีเนื้อข้นละเอียด ใส่ในจานแล้วให้น้องลองกินเองทีละนิด ห้ามบังคับป้อนเด็ดขาด ให้น้องค่อย ๆ หย่านมไปเรื่อย ๆ แล้วจึงปรับเป็นอาหารเปียกหรืออาหารเม็ด
ลูกแมวอายุ 6-8 สัปดาห์: ให้น้องแมวกินอาหารเม็ดสูตรแม่และลูกแมวได้เอง โดยแบ่งมื้ออาหารออกเป็นประมาณ วันละ 4-5 มื้อเล็ก ๆ ปริมาณอาหารขึ้นกับน้ำหนักตัว
ลูกแมวอายุ 8 สัปดาห์-12 เดือน: สามารถกินอาหารสูตรลูกแมวได้ตามปกติ และสามารถลดมื้ออาหารลงเหลือประมาณวันละ 3 มื้อ ปริมาณอาหารขึ้นกับน้ำหนักตัว
ดูแลลูกแมวให้ขับถ่าย ต้องทำยังไง?
สำหรับใครที่สงสัยว่า ลูกแมวแรกเกิดถ่ายยังไง และ วิธีช่วยลูกแมวขับถ่าย ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง สามารถทำตามคำแนะนำแบ่งตามช่วงวัยดังนี้
ลูกแมวแรกเกิด-อายุ 3 สัปดาห์: ในสภาวะปกติแม่แมวจะเลียบริเวณใต้หางลูกแมวเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย แต่หากไม่มีแม่ เจ้าของต้องทำ การกระตุ้นขับถ่ายลูกแมว โดยใช้สำลีหรือทิชชู่เนื้อนุ่ม ชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ เช็ดและนวดวนเบา ๆ บริเวณใต้หางของลูกแมว ควรทำทุกครั้งก่อนและหลังให้นม
ลูกแมวอายุ 3 สัปดาห์ขึ้นไป: ลูกแมวจะเริ่มขับถ่ายเองได้แล้ว ช่วงนี้สามารถเริ่มฝึกให้ใช้กระบะทรายได้ โดยลองวางน้องแมวลงในกระบะที่มีทราย และตำแหน่งกระบะทรายความเป็นที่ที่มีความสงบและเข้าถึงง่าย ควรเลือกใช้ทรายแมวแบบธรรมชาติ และระวังไม่ให้น้องแมวกินทรายเข้าไปจะดีที่สุด
การดูแลเรื่องอุณหภูมิสำหรับลูกแมว

ลูกแมวแรกเกิดต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นตลอดเวลา เพราะการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายยังทำงานไม่สมบูรณ์ รวมถึงร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออากาศเย็นด้วยการสั่นได้ในช่วงอายุ 1 สัปดาห์แรก หากปล่อยให้อยู่ในที่เย็นอาจเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (hypothermia) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
หลายคนมักมีคำถามว่า ลูกแมวแรกเกิดอุณหภูมิเท่าไหร่ ถึงจะปลอดภัย โดยทั่วไปอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์แรกควรอยู่ที่ประมาณ 30-32 องศาเซลเซียส โดยสามารถศึกษาแนวทาง วิธีทำให้ลูกแมวอุ่น ได้ดังนี้
แนวทางดูแลอุณหภูมิ
จัดน้องให้อยู่ในสถานที่อบอุ่น ไม่มีลมพัด จัดพื้นที่ในกรงให้มีรั้วรอบขอบชิด บุด้วยเบาะหรือผ้า ระวังการให้น้องอยู่ในห้องแอร์ เนื่องจากอากาศจะเย็นเกินไป
หากมีแม่แมว: แม่แมวจะช่วยกกและให้ความอบอุ่นตามธรรมชาติ โดยเราสามารถช่วยจัดเตรียมเบาะนอนนุ่ม ๆ หรือกล่องบุผ้าที่มีขอบบังลมให้น้องแมวเข้าไปนอน
หากไม่มีแม่แมว: สามารถใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ไฟกก แผ่นทำความร้อน หรือถุงน้ำอุ่น โดยควรสัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยมือก่อนให้น้องแมวทุกครั้ง เนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปก็ส่งผลเสียต่อน้องแมวได้
วิธีสังเกตว่าอุณหภูมิเหมาะสมหรือไม่
ลูกแมวนอนกองรวมกัน: หมายความว่าบริเวณนั้น หนาวเกินไป ต้องเพิ่มความอบอุ่น
ลูกแมวกระจายตัวหนีความร้อน: หมายความว่าบริเวณนั้น ร้อนเกินไป ต้องขยับอุปกรณ์ให้ความร้อนห่างออกไป
การทำวัคซีนสำหรับลูกแมว
ลูกแมวควรเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุประมาณ 6–8 สัปดาห์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น โรคหัดแมว และโรคหวัดแมว
วัคซีนพื้นฐานที่ควรได้รับ
วัคซีนรวมโรคไข้หวัดและหัดแมว (FHV, FCV, FPV): ป้องกันโรคหวัดแมว และโรคหัดแมว ที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากในน้องแมวอายุน้อย เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์
วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies): โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคระบาดสำคัญเนื่องจากติดต่อสู่คนได้ หากติดเชื้อจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ และมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก กฎหมายจึงกำหนดให้สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องได้รับวัคซีนชนิดนี้ โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 สัปดาห์
วัคซีนลิวคีเมียแมว (FeLV): เป็นวัคซีนที่น้องแมวสายเที่ยว บ้านที่มีแมวหลายตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาด ควรได้รับ เพราะโรคนี้ติดต่อกันได้ผ่านการเลียหรือกัดกัน เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์
แนวทางช่วงเวลาในการทำวัคซีน

เริ่มเข็มแรก: โดยทั่วไปมักเริ่มที่ 8 สัปดาห์ แต่หากลูกแมวมีความเสี่ยง เช่น อยู่ในพื้นที่ระบาดหรือไม่ได้รับนมจากแม่ สามารถเริ่มเข็มแรกได้ที่ 6 สัปดาห์
กระตุ้นวัคซีน: ตามนัดหมายของสัตวแพทย์ (โดยปกติจะกระตุ้นทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ จนกว่าลูกแมวจะอายุครบ 16 สัปดาห์) และเมื่อทำวัคซีนคอร์สเริ่มต้นจนครบแล้ว จะทำการกระตุ้นวัคซีนทุก ๆ 1-3 ปี
หากคุณต้องการให้ลูกแมวเริ่มต้นชีวิตด้วยสุขภาพที่แข็งแรง สามารถพาลูกแมวมารับวัคซีนและตรวจสุขภาพได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อให้เหมาะกับช่วงวัยมากที่สุด
วิธีเลี้ยงลูกแมวแรกเกิดให้รอด ต้องโฟกัสให้ถูกจุด
บอกเลยว่า การเลี้ยงลูกแมวแรกเกิดให้เติบโตอย่างแข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินความสามารถของคนรักแมวแน่นอน แต่เป็นงานที่ต้องใส่ใจในรายละเอียด และต้องมีวินัยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 4 สัปดาห์แรกที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ควรใส่ใจเรื่อง โภชนาการที่เหมาะสม การควบคุมอุณหภูมิให้อบอุ่นเสมอ และ การกระตุ้นการขับถ่าย รวมถึงอย่าลืมพาน้องไปตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ และฉีดวัคซีนตามนัดของสัตวแพทย์ และที่สำคัญอย่าลืมหมั่นสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพของน้อง ๆ ในทุก ๆ วัน หากพบสิ่งผิดปกติเพียงเล็กน้อย อย่าปล่อยผ่าน เพราะอาการป่วยในลูกแมวแรกเกิดจะทรุดลงได้อย่างรวดเร็ว
อย่าปล่อยให้อาการเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ หากลูกแมวมีสัญญาณผิดปกติ แนะนำให้รีบพาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 โดยเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลลูกแมวแรกเกิด (FAQ)
Q: ลูกแมวแรกเกิดต้องกินนมทุกกี่ชั่วโมง?
A: ลูกแมวแรกเกิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรได้รับการป้อนนมทุก ๆ 2-2.5 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน และเมื่ออายุเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3-4 อาจขยับระยะเวลาห่างขึ้นเป็นทุก 2.5-3.5 ชั่วโมงได้
Q: ใช้นมวัวแทนนมลูกแมวได้ไหม?
A: ไม่ได้ เพราะนมวัวมีปริมาณสารอาหารที่ไม่ตรงตามความต้องการของลูกแมว และที่สำคัญนมวัวมีน้ำตาลแลคโตสที่น้องแมวย่อยไม่ได้ จึงอาจทำให้น้องท้องเสีย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
Q: ลูกแมวแรกเกิดต้องช่วยขับถ่ายไหม?
A: ต้องช่วยขับถ่าย เนื่องจากลูกแมวแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 3 สัปดาห์ จะไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้เอง เจ้าของจำเป็นต้องใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดกระตุ้นเบา ๆ บริเวณใต้หาง ก่อน/หลังป้อนนมเสร็จ เพื่อให้น้อง ๆ ขับถ่ายของเสียออกมา
Q: ลูกแมวแรกเกิดกี่วันลืมตา?
A: โดยปกติแล้วลูกแมวจะเริ่มลืมตาเมื่ออายุประมาณ 1-2 สัปดาห์ ในช่วงแรกเกิดที่ตายังปิดอยู่ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากพบว่าตาบวม หรือมีหนอง ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์
Q: ลูกแมวเริ่มกินอาหารได้เมื่อไหร่?
A: เริ่มให้น้องลองกินอาหารได้ตอนอายุ 3-4 สัปดาห์ โดยควรเริ่มจากการให้อาหารสูตรแม่และลูกแมว เป็นอาหารเปียกหรืออาหารเม็ดแช่น้ำผสมกับนมให้มีลักษณะเป็นเนื้อข้นละเอียด ใส่จานแล้วลองให้น้องแมวมากินด้วยตัวเอง
ตรวจบทความโดย
สพ.ญ.ณัฏฐ์ธนัน เอื้อประยูร (หมอนัท)
ศูนย์โรคแมว Feline Center
เอกสารอ้างอิง
International Cat Care. Hand-rearing kittens [Internet]. International Cat Care; [cited 2026 May 22]. Available from: https://icatcare.org/articles/hand-rearing-kittens






Comments