top of page

CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร ? ใช้ตรวจโรคอะไรได้บ้าง และเมื่อไรที่จำเป็น ?

Writer: phyathai7 pet care
phyathai7 pet care
3 hours ago
3 min read
ทีมสัตวแพทย์เตรียมสุนัขเข้ารับการตรวจ CT Scan

CT Scan สัตว์เลี้ยง (ซีทีสแกนสัตว์เลี้ยง) หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพที่สร้างภาพตัดขวางของอวัยวะภายในได้ละเอียดกว่าภาพเอกซเรย์ทั่วไป ช่วยให้สัตวแพทย์เห็นตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของความผิดปกติได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่โครงสร้างซ้อนทับกัน เช่น ช่องอก ปอด โพรงจมูก กะโหลก และกระดูก


ในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยสัตว์เลี้ยงได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมากไม่แตกต่างจากการแพทย์ในมนุษย์ การวินิจฉัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสัมผัส คลำตรวจภายนอก หรือการตรวจเลือดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยี Diagnostic Imaging หรือ การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ดี มีประสิทธิภาพ และสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สัตว์เลี้ยงทุกตัวไม่ได้จำเป็นต้องตรวจด้วยเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์เสมอไป สัตวแพทย์จะพิจารณาความจำเป็นจากภาวะโรคที่สัตว์ป่วย ภาวะโรคที่สงสัย อาการ ผลตรวจเบื้องต้น และข้อมูลเฉพาะที่ต้องใช้ในการวางแผนรักษา ไม่ว่าจะเป็น CT Scan สุนัข หรือ CT Scan แมว ก็ตาม


CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร และทำงานอย่างไร ?


CT Scan สัตว์เลี้ยง คือ เทคโนโลยีทางการสัตวแพทย์ที่ใช้รังสีเอกซ์ถ่ายภาพรอบตัวสัตว์จากหลาย ๆ มุม แล้วนำข้อมูลเข้าสู่เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลออกมาเป็นภาพตัดขวาง (cross-sectional image) หลายชั้น และสามารถนำมารวมกันเป็นภาพสามมิติ ซึ่งช่วยให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นตำแหน่งของอวัยวะและความผิดปกติได้อย่างละเอียด ชัดเจนกว่าภาพเอกซเรย์ 2 มิติแบบดั้งเดิมอย่างมาก


หลักการทำงานของ CT สัตว์เลี้ยงจะอาศัยลำแสงรังสีเอกซ์หมุนรอบตัวสัตว์เลี้ยงอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อแต่ละชนิดในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูก ปอด หรืออวัยวะภายในจะดูดกลืนรังสีในระดับที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ภาพโครงสร้างภายในที่เป็นเลเยอร์ (ชั้น) ย่อย ๆ ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจจำเป็นต้องใช้การฉีดสารทึบรังสี หรือ contrast media เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อเพิ่มความต่างสีในภาพสแกน ช่วยให้เห็นการไหลเวียนของเลือด รอยโรค ก้อนเนื้อ หรือขอบเขตของมะเร็งได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น


CT Scan ต่างจาก X-ray อย่างไร ?


CT Scan สัตว์เลี้ยง และ X-ray มีหลักการทำงานพื้นฐานจากการใช้รังสีเอกซ์เหมือนกัน แต่ให้ลักษณะภาพและระดับรายละเอียดที่ต่างกัน โดย X-ray เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้น ส่วน CT Scan สัตว์เลี้ยง ใช้สำหรับการเจาะลึกโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งนี้ไม่ควรมองว่า CT Scan สัตว์เลี้ยง ดีกว่า X-ray ในทุกกรณี เนื่องจากสัตวแพทย์จะเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

หัวข้อ

X-ray

CT Scan

ลักษณะภาพ

ภาพ 2 มิติแบบแบนราบ (ซ้อนทับกัน)

ภาพตัดขวางหลายชั้น และนำไปประมวลผลเป็นภาพสามมิติได้

ความละเอียด

เหมาะกับการตรวจเบื้องต้น ประเมินภาพรวม

เห็นตำแหน่ง ขนาด และขอบเขตของโครงสร้างซับซ้อนได้ชัดเจนกว่า

ระยะเวลาตรวจ

รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

ใช้เวลาเตรียมตัว วางยา และสแกนมากกว่า

การอยู่นิ่ง

สัตว์เลี้ยงบังคับให้อยู่ในท่าตรวจได้ง่าย บางเคสไม่ต้องใช้ยาซึม

ต้องควบคุมให้นิ่งสนิท มักต้องใช้ยาซึมหรือยาสลบ

เหมาะกับ

ตรวจเช็กเบื้องต้น กระดูกแตกหักทั่วไป ภาพรวมช่องอก

ตรวจเชิงลึก วางแผนผ่าตัด ก้อนเนื้อ โพรงจมูก และเคสซับซ้อน


CT Scan สัตว์เลี้ยง ต่างจาก MRI อย่างไร ?


CT Scan สัตว์เลี้ยง และ MRI เป็นเทคโนโลยีการตรวจขั้นสูงทั้งคู่ แต่ใช้หลักการทำงานและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย CT Scan สัตว์เลี้ยง จะใช้รังสีเอกซ์ในการสร้างภาพ ซึ่งเหมาะกับอวัยวะที่มีความหนาแน่นต่างกันชัดเจน เช่น กระดูก ปอด และบริเวณที่มีโครงสร้างซับซ้อนอย่างโพรงจมูก ในขณะที่ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ ทำให้ให้รายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน สมอง และระบบประสาทได้ดีเยี่ยม ทั้งนี้ สัตวแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตามตำแหน่งอวัยวะและโรคที่สงสัยเพื่อความเหมาะสม และประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยสูงสุด


CT Scan สัตว์เลี้ยง ใช้ตรวจโรคหรือความผิดปกติอะไรได้บ้าง ?


“CT Scan ตรวจอะไรได้บ้าง ?” เป็นหนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยจากเจ้าของหลายท่าน ทั้งนี้ CT Scan สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยตรวจความผิดปกติได้ครอบคลุมหลายระบบในร่างกาย ตั้งแต่ก้อนเนื้อ มะเร็ง โรคปอด โพรงจมูก กระดูก ไปจนถึงอวัยวะภายในช่องท้อง โดยสัตวแพทย์จะเลือกใช้เมื่อต้องการเห็นตำแหน่งและขอบเขตของความผิดปกติอย่างละเอียด


1. ก้อนเนื้อ เนื้องอก และมะเร็ง


การตรวจด้วย CT Scan สัตว์เลี้ยงมีประโยชน์อย่างยิ่งในการประเมินก้อนเนื้อในสุนัข และก้อนเนื้อในแมว ทำให้สัตวแพทย์สามารถระบุตำแหน่ง ขนาด ขอบเขต และความสัมพันธ์ระหว่างเนื้องอกในสัตว์เลี้ยงกับอวัยวะหรือหลอดเลือดสำคัญรอบข้างได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังใช้ประเมินระยะของมะเร็งในสัตว์เลี้ยง ดูการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะข้างเคียง เพื่อนำไปวางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยงเพื่อทำการรักษาให้มีความปลอดภัยและครอบคลุมที่สุด



2. โรคปอดและความผิดปกติภายในช่องอก


สำหรับโรคปอดในสุนัขและแมว รวมถึงโรคช่องอก การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้สัตวแพทย์เห็นรายละเอียดของเนื้อปอด หลอดลม และผนังช่องอกได้ชัดเจนโดยไม่มีกระดูกบดบัง สามารถตรวจพบจุดหรือก้อนขนาดเล็กในปอดที่ภาพ X-ray ทั่วไปอาจมองไม่เห็น ช่วยในการวินิจฉัยภาวะปอดอักเสบ ถุงลมปอดพอง หนองในช่องอก หรือก้อนเนื้อในระบบหายใจได้อย่างตรงจุด


3. โรคโพรงจมูก กะโหลก และช่องปาก


เนื่องจากโครงสร้างบริเวณศีรษะมีความซับซ้อนและมีกระดูกซ้อนทับกันหลายชั้น การตรวจด้วย CT Scan หมา และ CT Scan แมว จึงมีประโยชน์อย่างมากต่อการวินิจฉัยโรคโพรงจมูกในสัตว์เลี้ยง หากสัตว์เลี้ยงมีอาการน้ำมูกไหลเรื้อรัง เลือดกำเดาไหลไม่ทราบสาเหตุ หรือต้องสงสัยความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ ขากรรไกร หรือปัญหาโรคฟันและรากฟัน CT Scan สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เห็นรอยโรคในโพรงจมูกและช่องปากได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีภาพอวัยวะอื่นมาบัง


4. กระดูกและข้อต่อ


ในกรณีที่เกิดความผิดปกติของกระดูกหรืออุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกหักแบบซับซ้อน เช่น กระดูกเชิงกันแตก กระดูกข้อต่อแตกเป็นหลายชิ้น CT Scan สัตว์สามารถนำข้อมูลมาสร้างภาพสามมิติช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นมุมมองของกระดูกได้รอบทิศทาง จึงสามารถวางแผนเลือกอุปกรณ์ ยึดดามกระดูก และเตรียมขั้นตอนการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ


5. ช่องท้องและอวัยวะภายใน


การตรวจโรคช่องท้องด้วย CT Scan สัตว์เลี้ยง จะช่วยประเมินความผิดปกติของ ตับ ไต ตับอ่อน ถุงน้ำดี และหลอดเลือดในช่องท้อง โดยเฉพาะเคสที่สงสัยภาวะหลอดเลือดลัดข้ามตับ (portosystemic shunt) หรือก้อนเนื้อในช่องท้องที่ต้องการดูว่ามีการลุกลามแทรกซึมเข้าไปในหลอดเลือดใหญ่หรือไม่ ซึ่งอัลตราซาวนด์อาจมีข้อจำกัดและไม่ตอบโจทย์ในบางมุมมอง


6. ระบบประสาทและกระดูกสันหลังบางกรณี


สำหรับการตรวจโรคระบบประสาท แม้ว่า MRI จะเป็นตัวเลือกหลักในการตรวจเนื้อเยื่อสมองและไขสันหลัง แต่ CT Scan สัตว์เลี้ยง ก็มีบทบาทสำคัญในการประเมินความผิดปกติของกระดูกสันหลังหัก เคลื่อน หรือการกดทับเส้นประสาทที่มีสาเหตุมาจากหินปูนหรือกระดูก รวมถึงโครงสร้างกะโหลกศีรษะที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทได้เช่นกัน


เมื่อไรที่สัตว์เลี้ยงอาจจำเป็นต้องทำ CT Scan ?


สัตว์เลี้ยงอาจจำเป็นต้องทำ CT Scan เมื่อการตรวจเบื้องต้น เช่น X-ray หรือ Ultrasound ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการวินิจฉัย หรือเมื่อสัตวแพทย์ต้องการรายละเอียดเชิงลึกเพื่อยืนยันโรคและวางแผนการผ่าตัดรักษา สถานการณ์ที่สัตวแพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ทำ CT Scan ได้แก่


  • X-ray หรือ Ultrasound พบความผิดปกติ แต่ยังไม่สามารถระบุขอบเขต จุดกำเนิด หรือความสัมพันธ์กับอวัยวะรอบข้างได้ชัดเจน

  • สงสัยก้อนเนื้อหรือมะเร็ง และจำเป็นต้องประเมินระยะของโรคก่อนตัดสินใจผ่าตัดหรือให้เคมีบำบัด

  • มีอาการทางระบบหายใจส่วนต้นเรื้อรัง เช่น จามเรื้อรัง มีน้ำมูกปนเลือด หรือเลือดกำเดาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ประสบอุบัติเหตุรุนแรง สงสัยกระดูกหักหลายท่อนหรือกระดูกซับซ้อน

  • มีอาการป่วยเรื้อรังที่การตรวจเบื้องต้นยังหาสาเหตุไม่ได้

  • สัตวแพทย์ต้องการข้อมูลภาพถ่ายเชิงลึกเพื่อวางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยง


หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการต้องสงสัย ป่วยเรื้อรัง ตรวจเบื้องต้นแล้วยังไม่พบสาเหตุ หรือได้รับคำแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม สามารถนำผลตรวจเดิมหรือเข้ามาปรึกษากับทีมสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ได้โดยตรง เพื่อประเมินว่าการตรวจ CT Scan เหมาะสมและจำเป็นกับน้องหรือไม่


CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องวางยาสลบไหม ?


CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องวางยาสลบไหม คำตอบคือ จำเป็นต้องได้รับการให้ยาซึมหรือวางยาสลบสัตว์เลี้ยงในเกือบทุกเคส เนื่องจากขั้นตอนการถ่ายภาพ CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องการให้สัตว์นอนนิ่งที่สุด หากสัตว์เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ภาพถ่ายตัดขวางที่ได้จะเกิดรอยพร่ามัว จนไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยโรคได้


แม้ว่าระยะเวลาการสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที แต่ตัวเครื่องจะมีเสียงหมุนและบรรยากาศแปลกใหม่ที่อาจทำให้สัตว์ตื่นตกใจ การควบคุมให้นิ่งสนิทจึงเป็นหัวใจสำคัญ สัตวแพทย์จะทำการประเมินสุขภาพ อายุ ร่างกาย และความร่วมมือของสัตว์แต่ละตัวอย่างถี่ถ้วน เพื่อเลือกใช้วิธีการดมยาสลบสัตว์เลี้ยงหรือยาซึมที่มีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวนั้น ๆ


ต้องเตรียมสัตว์เลี้ยงอย่างไรก่อนทำ CT Scan ?


สุนัขกำลังเข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง CT Scan

การเตรียมตัวก่อน CT Scanเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการวางยาสลบและช่วยให้การตรวจราบรื่น เจ้าของจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้


ก่อนวันตรวจ เจ้าของควรเตรียมอะไรบ้าง ?


  • แจ้งประวัติสุขภาพครบถ้วน: แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่กินประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือปัญหายาสลบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

  • นำผลตรวจเดิมมาด้วย: นำประวัติการรักษา ผลตรวจเลือด ผล X-ray หรือ Ultrasound เดิมมาให้สัตวแพทย์ประเมิน

  • ปฏิบัติตามคำสั่งงดน้ำและอาหาร: การงดอาหารก่อน CT Scan และงดน้ำมีความสำคัญมากเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างวางยาสลบ โดยระยะเวลาการงดจะขึ้นอยู่กับคำแนะนำของสัตวแพทย์และสุขภาพของสัตว์แต่ละตัว

  • ตรวจเช็กความพร้อมของร่างกาย: สัตวแพทย์จะแนะนำให้ตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ ซึ่งรวมถึงการตรวจการทำงานของไต และตับ เพื่อประเมินว่าร่างกายสัตว์พร้อมสำหรับการรับยาสลบและสามารถขับสารทึบรังสี CT ออกจากร่างกายได้อย่างปลอดภัย


ขั้นตอนการทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไร ?


ขั้นตอนการทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงมีกระบวนการที่ชัดเจนและเป็นระบบ ดังต่อไปนี้


  1. สัตวแพทย์ตรวจและประเมินก่อนทำ CT: สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และซักประวัติเพื่อวางแผนยาสลบและการสแกนที่เหมาะสม

  2. เตรียมสัตว์สำหรับการตรวจ: ทีมงานจะทำการเปิดเส้นเลือด ให้ยาซึม หรือทำการวางยาสลบสัตว์เลี้ยง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ติดตดามสัญญาณชีพตลอดเวลา

  3. จัดท่าบนเครื่อง CT: นำสัตว์เลี้ยงวางบนเตียงสแกน และจัดท่าทางให้ถูกต้องเหมาะสมกับอวัยวะที่ต้องการตรวจ

  4. ทำการสแกน และอาจใช้สารทึบรังสี: เครื่องจะทำการหมุนสแกน ในบางเคสสัตวแพทย์จะทำการฉีดสารทึบรังสี (contrast media) เข้าทางหลอดเลือดเพื่อดักจับภาพรอยโรคให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

  5. สัตวแพทย์อ่านผลและวางแผนรักษา: ภาพถ่ายสแกนจะถูกประมวลผล แล้วนำไปให้สัตวแพทย์อ่านวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาร่วมกับเจ้าของสัตว์ต่อไป


CT Scan สัตว์เลี้ยง อันตรายไหม ?


การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีการเตรียมพร้อมอย่างถูกวิธี แม้การตรวจจะมีการใช้รังสีเอกซ์และต้องวางยาสลบ แต่สัตวแพทย์จะพิจารณาประเมินความเสี่ยงเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับเสมอ


ความเสี่ยงของการทำ CT Scan แบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้


  • ปริมาณรังสี: ปริมาณรังสีจากการสแกนถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและใช้ในระยะเวลาเหมาะสม

  • การวางยาสลบ: ความเสี่ยงจากยาสลบจะลดลงได้อย่างมาก หากมีการตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ เพื่อเช็กความพร้อมของตับและไต

  • สารทึบรังสี: สารทึบรังสี CT อาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้หรือกระทบต่อไตในสัตว์บางตัว สัตวแพทย์จึงต้องทำการ ตรวจการทำงานของไตก่อนฉีดสารทึบรังสีเสมอ


ดังนั้น CT Scan สัตว์เลี้ยง ถึงจะมีความปลอดภัยสูง แต่จะทำการประเมินรอบด้านเพื่อเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว


หลังทำ CT Scan ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างไร ?


หลังจากทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง เรียบร้อยแล้ว เจ้าของควรให้ความสำคัญกับการดูแลฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เลี้ยง ดังนี้


  • รอให้สัตว์ฟื้นตัวสมบูรณ์: สัตว์เลี้ยงจะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้นจนกว่าจะฟื้นจากยาซึมหรือยาสลบอย่างเต็มที่ตามการประเมินของสัตวแพทย์

  • การให้อาหารและน้ำ: เริ่มให้น้ำและอาหารปริมมาณน้อย ๆ ก่อนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เมื่อสัตว์เลี้ยงตื่นดีแล้ว

  • สังเกตอาการที่บ้าน: สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ซึมมาก อาเจียน เดินเซ หายใจขัด หรือไม่ยอมกินอาหาร

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์: ให้ยาตามที่ได้รับอย่างเคร่งครัด และพามาพบสัตวแพทย์ตามนัดเพื่อฟังผลตรวจและวางแผนการรักษาในขั้นตอนต่อไป


ทำไมต้องตรวจ CT Scan ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7?


สัตวแพทย์ดูแลสุนัขระหว่างการตรวจ CT Scan

การตรวจ CT Scan สัตว์เลี้ยง ที่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกระบวนการดูแลที่ครอบคลุม ตั้งแต่การประเมินความพร้อมก่อนตรวจ การควบคุมยาสลบอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลอย่างแม่นยำ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ในฐานะศูนย์วินิจฉัยสัตว์เลี้ยง และ โรงพยาบาลสัตว์ CT Scan ที่พร้อมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ เราเตรียมพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้ง

  • ทีมสัตวแพทย์ประเมินความจำเป็น: มีทีมสัตวแพทย์คอยตรวจวิเคราะห์ก่อนทำ CT เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการตรวจที่จำเป็นและตรงจุดกับโรคของสัตว์เลี้ยง

  • ดูแลความปลอดภัยรัดกุม: มีขั้นตอนการเตรียมตัว ตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ และการเฝ้าระวังระบบสัญญาณชีพขณะตรวจอย่างใกล้ชิด

  • เครื่องมือประมวลผลแม่นยำ: ใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลภาพตัดขวางและภาพสามมิติ ได้ละเอียด ช่วยให้เห็นรอยโรคได้ชัดเจน

  • การรักษาต่อเนื่องครบวงจร: สามารถนำผล CT ไปใช้วางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยง หรือประสานงานการรักษากับสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านต่าง ๆ ได้ทันที


หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลสัตว์ใกล้ฉันที่มีความพร้อมด้านการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ สามารถนัดหมายเพื่อนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับการประเมินการตรวจ CT สุนัขหรือตรวจ CT แมวได้ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7


CT Scan ช่วยให้สัตวแพทย์เห็นความผิดปกติได้ละเอียดขึ้น เพื่อวางแผนรักษาได้เหมาะสม


CT Scan สัตว์เลี้ยงเป็นเครื่องมือการตรวจวินิจฉัยแบบ Diagnostic Imaging ชั้นสูงที่ช่วยสร้างภาพตัดขวางอวัยวะภายในได้อย่างละเอียด ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นตำแหน่ง ขนาด และขอบเขตของความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับเคสที่ซับซ้อน เช่น ก้อนเนื้อ มะเร็ง โรคโพรงจมูก โรคปอด หรือปัญหากระดูกหักซับซ้อน


อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวที่จำเป็นต้องทำ CT Scan การเลือกตรวจจะขึ้นอยู่กับอาการ ผลตรวจเบื้องต้น และดุลยพินิจของสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยเรื้อรัง ตรวจเบื้องต้นแล้วยังหาสาเหตุไม่ได้ หรือสัตวแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับการประเมินกับทีมสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อวางแผนการตรวจและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องแต่ละตัวได้ทันที


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CT Scan สัตว์เลี้ยง (FAQ)


Q: CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร?

A: คือการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ถ่ายภาพรังสีรอบตัวสัตว์เพื่อสร้างภาพตัดขวางและภาพสามมิติของโครงสร้างภายใน ช่วยให้เห็นรายละเอียดของอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่าภาพ X-ray ทั่วไป


Q: CT Scan สุนัขและแมวตรวจโรคอะไรได้บ้าง ?

A: ช่วยตรวจก้อนเนื้อในสุนัข ก้อนเนื้อในแมว มะเร็งในสัตว์เลี้ยง โรคปอดในสุนัขและแมว โรคโพรงจมูก ความผิดปกติของกระดูก เคสกระดูกหักซับซ้อน และความผิดปกติภายในช่องอกและช่องท้อง


Q: CT Scan สัตว์เลี้ยงต้องวางยาสลบไหม ?

A: จำเป็นต้องใช้ยาซึมหรือวางยาสลบสัตว์เลี้ยงในเกือบทุกเคส เพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่งที่สุดตลอดระยะเวลาการสแกน ป้องกันไม่ให้ภาพถ่ายพร่ามัว


Q: CT Scan กับ X-ray ต่างกันอย่างไร ?

A: X-ray ให้ภาพ 2 มิติแบบแบน เหมาะกับการตรวจเบื้องต้น ส่วน CT Scan สัตว์เลี้ยงให้ภาพตัดขวางหลายชั้นและนำไปประมวลผลเป็นภาพ 3 มิติได้ ทำให้เห็นรายละเอียดอวัยวะที่ซับซ้อนได้ชัดเจนกว่า


Q: CT Scan กับ MRI ต่างกันอย่างไร ?

A: CT Scan สัตว์เลี้ยงใช้รังสีเอกซ์ เด่นด้านการตรวจกระดูก โครงสร้างปอด และโพรงจมูก ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เด่นด้านการตรวจเนื้อเยื่ออ่อน สมอง และระบบประสาท


Q: CT Scan สัตว์เลี้ยงอันตรายไหม ?

A: ไม่อันตรายร้ายแรง หากทำภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ ปริมาณรังสีที่ได้รับอยู่ในระดับปลอดภัย และความเสี่ยงจากยาสลบสามารถควบคุมได้โดยการตรวจเลือดก่อนวางยาสลบเพื่อเช็กสุขภาพล่วงหน้า


Q: ต้องงดอาหารก่อนทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงกี่ชั่วโมง ? และ CT Scan สัตว์เลี้ยงราคาเท่าไร ?

A: การงดอาหารและน้ำจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่สัตวแพทย์กำหนดเป็นรายตัว (โดยทั่วไปงดอาหารประมาณ 8–12 ชั่วโมง) ในเรื่องของค่าใช้จ่าย การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง ราคาจะแตกต่างกันตามอวัยวะที่ตรวจ การใช้สารทึบรังสี และการใช้ยาสลบ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ราคา และนัดหมายประเมินอาการได้ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7

© 2025 by PHYATHAI 7 Group Co., Ltd

​

  • Instagram
  • TikTok
line-me.png
bottom of page