CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร ? ใช้ตรวจโรคอะไรได้บ้าง และเมื่อไรที่จำเป็น ?

CT Scan สัตว์เลี้ยง (ซีทีสแกนสัตว์เลี้ยง) หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพที่สร้างภาพตัดขวางของอวัยวะภายในได้ละเอียดกว่าภาพเอกซเรย์ทั่วไป ช่วยให้สัตวแพทย์เห็นตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของความผิดปกติได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่โครงสร้างซ้อนทับกัน เช่น ช่องอก ปอด โพรงจมูก กะโหลก และกระดูก
ในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยสัตว์เลี้ยงได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมากไม่แตกต่างจากการแพทย์ในมนุษย์ การวินิจฉัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสัมผัส คลำตรวจภายนอก หรือการตรวจเลือดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยี Diagnostic Imaging หรือ การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ดี มีประสิทธิภาพ และสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สัตว์เลี้ยงทุกตัวไม่ได้จำเป็นต้องตรวจด้วยเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์เสมอไป สัตวแพทย์จะพิจารณาความจำเป็นจากภาวะโรคที่สัตว์ป่วย ภาวะโรคที่สงสัย อาการ ผลตรวจเบื้องต้น และข้อมูลเฉพาะที่ต้องใช้ในการวางแผนรักษา ไม่ว่าจะเป็น CT Scan สุนัข หรือ CT Scan แมว ก็ตาม
CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร และทำงานอย่างไร ?
CT Scan สัตว์เลี้ยง คือ เทคโนโลยีทางการสัตวแพทย์ที่ใช้รังสีเอกซ์ถ่ายภาพรอบตัวสัตว์จากหลาย ๆ มุม แล้วนำข้อมูลเข้าสู่เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลออกมาเป็นภาพตัดขวาง (cross-sectional image) หลายชั้น และสามารถนำมารวมกันเป็นภาพสามมิติ ซึ่งช่วยให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นตำแหน่งของอวัยวะและความผิดปกติได้อย่างละเอียด ชัดเจนกว่าภาพเอกซเรย์ 2 มิติแบบดั้งเดิมอย่างมาก
หลักการทำงานของ CT สัตว์เลี้ยงจะอาศัยลำแสงรังสีเอกซ์หมุนรอบตัวสัตว์เลี้ยงอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อแต่ละชนิดในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูก ปอด หรืออวัยวะภายในจะดูดกลืนรังสีในระดับที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ภาพโครงสร้างภายในที่เป็นเลเยอร์ (ชั้น) ย่อย ๆ ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจจำเป็นต้องใช้การฉีดสารทึบรังสี หรือ contrast media เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อเพิ่มความต่างสีในภาพสแกน ช่วยให้เห็นการไหลเวียนของเลือด รอยโรค ก้อนเนื้อ หรือขอบเขตของมะเร็งได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
CT Scan ต่างจาก X-ray อย่างไร ?
CT Scan สัตว์เลี้ยง และ X-ray มีหลักการทำงานพื้นฐานจากการใช้รังสีเอกซ์เหมือนกัน แต่ให้ลักษณะภาพและระดับรายละเอียดที่ต่างกัน โดย X-ray เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้น ส่วน CT Scan สัตว์เลี้ยง ใช้สำหรับการเจาะลึกโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งนี้ไม่ควรมองว่า CT Scan สัตว์เลี้ยง ดีกว่า X-ray ในทุกกรณี เนื่องจากสัตวแพทย์จะเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม
หัวข้อ | X-ray | CT Scan |
ลักษณะภาพ | ภาพ 2 มิติแบบแบนราบ (ซ้อนทับกัน) | ภาพตัดขวางหลายชั้น และนำไปประมวลผลเป็นภาพสามมิติได้ |
ความละเอียด | เหมาะกับการตรวจเบื้องต้น ประเมินภาพรวม | เห็นตำแหน่ง ขนาด และขอบเขตของโครงสร้างซับซ้อนได้ชัดเจนกว่า |
ระยะเวลาตรวจ | รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที | ใช้เวลาเตรียมตัว วางยา และสแกนมากกว่า |
การอยู่นิ่ง | สัตว์เลี้ยงบังคับให้อยู่ในท่าตรวจได้ง่าย บางเคสไม่ต้องใช้ยาซึม | ต้องควบคุมให้นิ่งสนิท มักต้องใช้ยาซึมหรือยาสลบ |
เหมาะกับ | ตรวจเช็กเบื้องต้น กระดูกแตกหักทั่วไป ภาพรวมช่องอก | ตรวจเชิงลึก วางแผนผ่าตัด ก้อนเนื้อ โพรงจมูก และเคสซับซ้อน |
CT Scan สัตว์เลี้ยง ต่างจาก MRI อย่างไร ?
CT Scan สัตว์เลี้ยง และ MRI เป็นเทคโนโลยีการตรวจขั้นสูงทั้งคู่ แต่ใช้หลักการทำงานและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย CT Scan สัตว์เลี้ยง จะใช้รังสีเอกซ์ในการสร้างภาพ ซึ่งเหมาะกับอวัยวะที่มีความหนาแน่นต่างกันชัดเจน เช่น กระดูก ปอด และบริเวณที่มีโครงสร้างซับซ้อนอย่างโพรงจมูก ในขณะที่ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ ทำให้ให้รายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน สมอง และระบบประสาทได้ดีเยี่ยม ทั้งนี้ สัตวแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตามตำแหน่งอวัยวะและโรคที่สงสัยเพื่อความเหมาะสม และประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยสูงสุด
CT Scan สัตว์เลี้ยง ใช้ตรวจโรคหรือความผิดปกติอะไรได้บ้าง ?
“CT Scan ตรวจอะไรได้บ้าง ?” เป็นหนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยจากเจ้าของหลายท่าน ทั้งนี้ CT Scan สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยตรวจความผิดปกติได้ครอบคลุมหลายระบบในร่างกาย ตั้งแต่ก้อนเนื้อ มะเร็ง โรคปอด โพรงจมูก กระดูก ไปจนถึงอวัยวะภายในช่องท้อง โดยสัตวแพทย์จะเลือกใช้เมื่อต้องการเห็นตำแหน่งและขอบเขตของความผิดปกติอย่างละเอียด
1. ก้อนเนื้อ เนื้องอก และมะเร็ง
การตรวจด้วย CT Scan สัตว์เลี้ยงมีประโยชน์อย่างยิ่งในการประเมินก้อนเนื้อในสุนัข และก้อนเนื้อในแมว ทำให้สัตวแพทย์สามารถระบุตำแหน่ง ขนาด ขอบเขต และความสัมพันธ์ระหว่างเนื้องอกในสัตว์เลี้ยงกับอวัยวะหรือหลอดเลือดสำคัญรอบข้างได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังใช้ประเมินระยะของมะเร็งในสัตว์เลี้ยง ดูการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะข้างเคียง เพื่อนำไปวางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยงเพื่อทำการรักษาให้มีความปลอดภัยและครอบคลุมที่สุด
2. โรคปอดและความผิดปกติภายในช่องอก
สำหรับโรคปอดในสุนัขและแมว รวมถึงโรคช่องอก การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้สัตวแพทย์เห็นรายละเอียดของเนื้อปอด หลอดลม และผนังช่องอกได้ชัดเจนโดยไม่มีกระดูกบดบัง สามารถตรวจพบจุดหรือก้อนขนาดเล็กในปอดที่ภาพ X-ray ทั่วไปอาจมองไม่เห็น ช่วยในการวินิจฉัยภาวะปอดอักเสบ ถุงลมปอดพอง หนองในช่องอก หรือก้อนเนื้อในระบบหายใจได้อย่างตรงจุด
3. โรคโพรงจมูก กะโหลก และช่องปาก
เนื่องจากโครงสร้างบริเวณศีรษะมีความซับซ้อนและมีกระดูกซ้อนทับกันหลายชั้น การตรวจด้วย CT Scan หมา และ CT Scan แมว จึงมีประโยชน์อย่างมากต่อการวินิจฉัยโรคโพรงจมูกในสัตว์เลี้ยง หากสัตว์เลี้ยงมีอาการน้ำมูกไหลเรื้อรัง เลือดกำเดาไหลไม่ทราบสาเหตุ หรือต้องสงสัยความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ ขากรรไกร หรือปัญหาโรคฟันและรากฟัน CT Scan สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เห็นรอยโรคในโพรงจมูกและช่องปากได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีภาพอวัยวะอื่นมาบัง
4. กระดูกและข้อต่อ
ในกรณีที่เกิดความผิดปกติของกระดูกหรืออุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกหักแบบซับซ้อน เช่น กระดูกเชิงกันแตก กระดูกข้อต่อแตกเป็นหลายชิ้น CT Scan สัตว์สามารถนำข้อมูลมาสร้างภาพสามมิติช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นมุมมองของกระดูกได้รอบทิศทาง จึงสามารถวางแผนเลือกอุปกรณ์ ยึดดามกระดูก และเตรียมขั้นตอนการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ
5. ช่องท้องและอวัยวะภายใน
การตรวจโรคช่องท้องด้วย CT Scan สัตว์เลี้ยง จะช่วยประเมินความผิดปกติของ ตับ ไต ตับอ่อน ถุงน้ำดี และหลอดเลือดในช่องท้อง โดยเฉพาะเคสที่สงสัยภาวะหลอดเลือดลัดข้ามตับ (portosystemic shunt) หรือก้อนเนื้อในช่องท้องที่ต้องการดูว่ามีการลุกลามแทรกซึมเข้าไปในหลอดเลือดใหญ่หรือไม่ ซึ่งอัลตราซาวนด์อาจมีข้อจำกัดและไม่ตอบโจทย์ในบางมุมมอง
6. ระบบประสาทและกระดูกสันหลังบางกรณี
สำหรับการตรวจโรคระบบประสาท แม้ว่า MRI จะเป็นตัวเลือกหลักในการตรวจเนื้อเยื่อสมองและไขสันหลัง แต่ CT Scan สัตว์เลี้ยง ก็มีบทบาทสำคัญในการประเมินความผิดปกติของกระดูกสันหลังหัก เคลื่อน หรือการกดทับเส้นประสาทที่มีสาเหตุมาจากหินปูนหรือกระดูก รวมถึงโครงสร้างกะโหลกศีรษะที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทได้เช่นกัน
เมื่อไรที่สัตว์เลี้ยงอาจจำเป็นต้องทำ CT Scan ?
สัตว์เลี้ยงอาจจำเป็นต้องทำ CT Scan เมื่อการตรวจเบื้องต้น เช่น X-ray หรือ Ultrasound ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการวินิจฉัย หรือเมื่อสัตวแพทย์ต้องการรายละเอียดเชิงลึกเพื่อยืนยันโรคและวางแผนการผ่าตัดรักษา สถานการณ์ที่สัตวแพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ทำ CT Scan ได้แก่
X-ray หรือ Ultrasound พบความผิดปกติ แต่ยังไม่สามารถระบุขอบเขต จุดกำเนิด หรือความสัมพันธ์กับอวัยวะรอบข้างได้ชัดเจน
สงสัยก้อนเนื้อหรือมะเร็ง และจำเป็นต้องประเมินระยะของโรคก่อนตัดสินใจผ่าตัดหรือให้เคมีบำบัด
มีอาการทางระบบหายใจส่วนต้นเรื้อรัง เช่น จามเรื้อรัง มีน้ำมูกปนเลือด หรือเลือดกำเดาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ
ประสบอุบัติเหตุรุนแรง สงสัยกระดูกหักหลายท่อนหรือกระดูกซับซ้อน
มีอาการป่วยเรื้อรังที่การตรวจเบื้องต้นยังหาสาเหตุไม่ได้
สัตวแพทย์ต้องการข้อมูลภาพถ่ายเชิงลึกเพื่อวางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยง
หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการต้องสงสัย ป่วยเรื้อรัง ตรวจเบื้องต้นแล้วยังไม่พบสาเหตุ หรือได้รับคำแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม สามารถนำผลตรวจเดิมหรือเข้ามาปรึกษากับทีมสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ได้โดยตรง เพื่อประเมินว่าการตรวจ CT Scan เหมาะสมและจำเป็นกับน้องหรือไม่
CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องวางยาสลบไหม ?
CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องวางยาสลบไหม คำตอบคือ จำเป็นต้องได้รับการให้ยาซึมหรือวางยาสลบสัตว์เลี้ยงในเกือบทุกเคส เนื่องจากขั้นตอนการถ่ายภาพ CT Scan สัตว์เลี้ยง ต้องการให้สัตว์นอนนิ่งที่สุด หากสัตว์เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ภาพถ่ายตัดขวางที่ได้จะเกิดรอยพร่ามัว จนไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยโรคได้
แม้ว่าระยะเวลาการสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที แต่ตัวเครื่องจะมีเสียงหมุนและบรรยากาศแปลกใหม่ที่อาจทำให้สัตว์ตื่นตกใจ การควบคุมให้นิ่งสนิทจึงเป็นหัวใจสำคัญ สัตวแพทย์จะทำการประเมินสุขภาพ อายุ ร่างกาย และความร่วมมือของสัตว์แต่ละตัวอย่างถี่ถ้วน เพื่อเลือกใช้วิธีการดมยาสลบสัตว์เลี้ยงหรือยาซึมที่มีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวนั้น ๆ
ต้องเตรียมสัตว์เลี้ยงอย่างไรก่อนทำ CT Scan ?

การเตรียมตัวก่อน CT Scanเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการวางยาสลบและช่วยให้การตรวจราบรื่น เจ้าของจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้
ก่อนวันตรวจ เจ้าของควรเตรียมอะไรบ้าง ?
แจ้งประวัติสุขภาพครบถ้วน: แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่กินประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือปัญหายาสลบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
นำผลตรวจเดิมมาด้วย: นำประวัติการรักษา ผลตรวจเลือด ผล X-ray หรือ Ultrasound เดิมมาให้สัตวแพทย์ประเมิน
ปฏิบัติตามคำสั่งงดน้ำและอาหาร: การงดอาหารก่อน CT Scan และงดน้ำมีความสำคัญมากเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างวางยาสลบ โดยระยะเวลาการงดจะขึ้นอยู่กับคำแนะนำของสัตวแพทย์และสุขภาพของสัตว์แต่ละตัว
ตรวจเช็กความพร้อมของร่างกาย: สัตวแพทย์จะแนะนำให้ตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ ซึ่งรวมถึงการตรวจการทำงานของไต และตับ เพื่อประเมินว่าร่างกายสัตว์พร้อมสำหรับการรับยาสลบและสามารถขับสารทึบรังสี CT ออกจากร่างกายได้อย่างปลอดภัย
ขั้นตอนการทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไร ?
ขั้นตอนการทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงมีกระบวนการที่ชัดเจนและเป็นระบบ ดังต่อไปนี้
สัตวแพทย์ตรวจและประเมินก่อนทำ CT: สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และซักประวัติเพื่อวางแผนยาสลบและการสแกนที่เหมาะสม
เตรียมสัตว์สำหรับการตรวจ: ทีมงานจะทำการเปิดเส้นเลือด ให้ยาซึม หรือทำการวางยาสลบสัตว์เลี้ยง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ติดตดามสัญญาณชีพตลอดเวลา
จัดท่าบนเครื่อง CT: นำสัตว์เลี้ยงวางบนเตียงสแกน และจัดท่าทางให้ถูกต้องเหมาะสมกับอวัยวะที่ต้องการตรวจ
ทำการสแกน และอาจใช้สารทึบรังสี: เครื่องจะทำการหมุนสแกน ในบางเคสสัตวแพทย์จะทำการฉีดสารทึบรังสี (contrast media) เข้าทางหลอดเลือดเพื่อดักจับภาพรอยโรคให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
สัตวแพทย์อ่านผลและวางแผนรักษา: ภาพถ่ายสแกนจะถูกประมวลผล แล้วนำไปให้สัตวแพทย์อ่านวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาร่วมกับเจ้าของสัตว์ต่อไป
CT Scan สัตว์เลี้ยง อันตรายไหม ?
การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีการเตรียมพร้อมอย่างถูกวิธี แม้การตรวจจะมีการใช้รังสีเอกซ์และต้องวางยาสลบ แต่สัตวแพทย์จะพิจารณาประเมินความเสี่ยงเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับเสมอ
ความเสี่ยงของการทำ CT Scan แบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
ปริมาณรังสี: ปริมาณรังสีจากการสแกนถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและใช้ในระยะเวลาเหมาะสม
การวางยาสลบ: ความเสี่ยงจากยาสลบจะลดลงได้อย่างมาก หากมีการตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ เพื่อเช็กความพร้อมของตับและไต
สารทึบรังสี: สารทึบรังสี CT อาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้หรือกระทบต่อไตในสัตว์บางตัว สัตวแพทย์จึงต้องทำการ ตรวจการทำงานของไตก่อนฉีดสารทึบรังสีเสมอ
ดังนั้น CT Scan สัตว์เลี้ยง ถึงจะมีความปลอดภัยสูง แต่จะทำการประเมินรอบด้านเพื่อเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
หลังทำ CT Scan ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างไร ?
หลังจากทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง เรียบร้อยแล้ว เจ้าของควรให้ความสำคัญกับการดูแลฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เลี้ยง ดังนี้
รอให้สัตว์ฟื้นตัวสมบูรณ์: สัตว์เลี้ยงจะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้นจนกว่าจะฟื้นจากยาซึมหรือยาสลบอย่างเต็มที่ตามการประเมินของสัตวแพทย์
การให้อาหารและน้ำ: เริ่มให้น้ำและอาหารปริมมาณน้อย ๆ ก่อนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เมื่อสัตว์เลี้ยงตื่นดีแล้ว
สังเกตอาการที่บ้าน: สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ซึมมาก อาเจียน เดินเซ หายใจขัด หรือไม่ยอมกินอาหาร
ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์: ให้ยาตามที่ได้รับอย่างเคร่งครัด และพามาพบสัตวแพทย์ตามนัดเพื่อฟังผลตรวจและวางแผนการรักษาในขั้นตอนต่อไป
ทำไมต้องตรวจ CT Scan ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7?

การตรวจ CT Scan สัตว์เลี้ยง ที่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกระบวนการดูแลที่ครอบคลุม ตั้งแต่การประเมินความพร้อมก่อนตรวจ การควบคุมยาสลบอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลอย่างแม่นยำ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ในฐานะศูนย์วินิจฉัยสัตว์เลี้ยง และ โรงพยาบาลสัตว์ CT Scan ที่พร้อมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ เราเตรียมพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้ง
ทีมสัตวแพทย์ประเมินความจำเป็น: มีทีมสัตวแพทย์คอยตรวจวิเคราะห์ก่อนทำ CT เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการตรวจที่จำเป็นและตรงจุดกับโรคของสัตว์เลี้ยง
ดูแลความปลอดภัยรัดกุม: มีขั้นตอนการเตรียมตัว ตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ และการเฝ้าระวังระบบสัญญาณชีพขณะตรวจอย่างใกล้ชิด
เครื่องมือประมวลผลแม่นยำ: ใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลภาพตัดขวางและภาพสามมิติ ได้ละเอียด ช่วยให้เห็นรอยโรคได้ชัดเจน
การรักษาต่อเนื่องครบวงจร: สามารถนำผล CT ไปใช้วางแผนการผ่าตัดสัตว์เลี้ยง หรือประสานงานการรักษากับสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านต่าง ๆ ได้ทันที
หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลสัตว์ใกล้ฉันที่มีความพร้อมด้านการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ สามารถนัดหมายเพื่อนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับการประเมินการตรวจ CT สุนัขหรือตรวจ CT แมวได้ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7
CT Scan ช่วยให้สัตวแพทย์เห็นความผิดปกติได้ละเอียดขึ้น เพื่อวางแผนรักษาได้เหมาะสม
CT Scan สัตว์เลี้ยงเป็นเครื่องมือการตรวจวินิจฉัยแบบ Diagnostic Imaging ชั้นสูงที่ช่วยสร้างภาพตัดขวางอวัยวะภายในได้อย่างละเอียด ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นตำแหน่ง ขนาด และขอบเขตของความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับเคสที่ซับซ้อน เช่น ก้อนเนื้อ มะเร็ง โรคโพรงจมูก โรคปอด หรือปัญหากระดูกหักซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวที่จำเป็นต้องทำ CT Scan การเลือกตรวจจะขึ้นอยู่กับอาการ ผลตรวจเบื้องต้น และดุลยพินิจของสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยเรื้อรัง ตรวจเบื้องต้นแล้วยังหาสาเหตุไม่ได้ หรือสัตวแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับการประเมินกับทีมสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อวางแผนการตรวจและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องแต่ละตัวได้ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CT Scan สัตว์เลี้ยง (FAQ)
Q: CT Scan สัตว์เลี้ยง คืออะไร?
A: คือการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ถ่ายภาพรังสีรอบตัวสัตว์เพื่อสร้างภาพตัดขวางและภาพสามมิติของโครงสร้างภายใน ช่วยให้เห็นรายละเอียดของอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่าภาพ X-ray ทั่วไป
Q: CT Scan สุนัขและแมวตรวจโรคอะไรได้บ้าง ?
A: ช่วยตรวจก้อนเนื้อในสุนัข ก้อนเนื้อในแมว มะเร็งในสัตว์เลี้ยง โรคปอดในสุนัขและแมว โรคโพรงจมูก ความผิดปกติของกระดูก เคสกระดูกหักซับซ้อน และความผิดปกติภายในช่องอกและช่องท้อง
Q: CT Scan สัตว์เลี้ยงต้องวางยาสลบไหม ?
A: จำเป็นต้องใช้ยาซึมหรือวางยาสลบสัตว์เลี้ยงในเกือบทุกเคส เพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่งที่สุดตลอดระยะเวลาการสแกน ป้องกันไม่ให้ภาพถ่ายพร่ามัว
Q: CT Scan กับ X-ray ต่างกันอย่างไร ?
A: X-ray ให้ภาพ 2 มิติแบบแบน เหมาะกับการตรวจเบื้องต้น ส่วน CT Scan สัตว์เลี้ยงให้ภาพตัดขวางหลายชั้นและนำไปประมวลผลเป็นภาพ 3 มิติได้ ทำให้เห็นรายละเอียดอวัยวะที่ซับซ้อนได้ชัดเจนกว่า
Q: CT Scan กับ MRI ต่างกันอย่างไร ?
A: CT Scan สัตว์เลี้ยงใช้รังสีเอกซ์ เด่นด้านการตรวจกระดูก โครงสร้างปอด และโพรงจมูก ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เด่นด้านการตรวจเนื้อเยื่ออ่อน สมอง และระบบประสาท
Q: CT Scan สัตว์เลี้ยงอันตรายไหม ?
A: ไม่อันตรายร้ายแรง หากทำภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ ปริมาณรังสีที่ได้รับอยู่ในระดับปลอดภัย และความเสี่ยงจากยาสลบสามารถควบคุมได้โดยการตรวจเลือดก่อนวางยาสลบเพื่อเช็กสุขภาพล่วงหน้า
Q: ต้องงดอาหารก่อนทำ CT Scan สัตว์เลี้ยงกี่ชั่วโมง ? และ CT Scan สัตว์เลี้ยงราคาเท่าไร ?
A: การงดอาหารและน้ำจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่สัตวแพทย์กำหนดเป็นรายตัว (โดยทั่วไปงดอาหารประมาณ 8–12 ชั่วโมง) ในเรื่องของค่าใช้จ่าย การทำ CT Scan สัตว์เลี้ยง ราคาจะแตกต่างกันตามอวัยวะที่ตรวจ การใช้สารทึบรังสี และการใช้ยาสลบ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ราคา และนัดหมายประเมินอาการได้ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7





