top of page

มดลูกอักเสบในสุนัข เข้าใจสาเหตุ สังเกตอาการ รู้ทันวิธีการป้องกัน

Writer: phyathai7 pet care
phyathai7 pet care
3 hours ago
3 min read
เจ้าของตรวจดูหน้าท้องที่บวมของสุนัข

น้องหมามดลูกอักเสบ (Pyometra) เป็นภาวะติดเชื้อในมดลูกที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในสุนัขเพศเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน และเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของน้องหมามดลูกอักเสบที่เจ้าของควรสังเกตอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร กินน้ำเยอะกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย อาเจียน ท้องโต หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากช่องคลอด


อย่างไรก็ตาม มดลูกอักเสบบางชนิดอาจไม่มีของเหลวไหลออกมาให้เห็นเลยก็ได้ หากสงสัยว่าน้องหมามีอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามรักษาด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นภาวะอันตรายที่อาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดถึง สาเหตุ อาการ ความแตกต่างของมดลูกอักเสบแต่ละแบบ วิธีการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน เพื่อให้เจ้าของสามารถดูแลและปกป้องน้องหมาแสนรักให้ห่างไกลจากภาวะมดลูกอักเสบที่แสนอันตรายนี้ได้


มดลูกอักเสบในสุนัขคืออะไร ? อันตรายแค่ไหน ?


น้องหมามดลูกอักเสบ (Pyometra) คือ ภาวะที่มีการติดเชื้อและมีหนองสะสมอยู่ภายในโพรงมดลูก เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหนองและเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่สามารถปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกจนเสียชีวิตได้


  • ภาวะติดเชื้อและการสะสมของหนอง: มดลูกของน้องหมาที่ป่วยจะกลายเป็นถุงที่เต็มไปด้วยหนองและแบคทีเรีย เมื่อหนองเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ มดลูกจะขยายตัวและเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

  • ความสัมพันธ์กับวงจรฮอร์โมน: ภาวะมดลูกอักเสบมีความสัมพันธ์โดยตรงกับวงจรฮอร์โมน โดยเฉพาะในสุนัขเพศเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน เมื่อผ่านการเป็นสัดแต่ละรอบ ฮอร์โมนจะทำให้มดลูกมีการเปลี่ยนแปลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

  • อันตรายหากปล่อยทิ้งไว้: หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อในมดลูกจะรุนแรงขึ้น สารพิษจากแบคทีเรีย (โดยเฉพาะเชื้อ E. coli) จะส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ทำให้ไตวาย เกิดภาวะติดเชื้อในสุนัขอย่างรุนแรง หรือมดลูกแตกซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

  • ไม่ใช่แค่ "การอักเสบทั่วไป": ภาวะมดลูกอักเสบไม่ได้เป็นเพียงการอักเสบธรรมดาที่หายเองได้ เพราะความจริงแล้ว มดลูกอักเสบในสุนัขเป็นภาวะที่ "อันตรายถึงชีวิต" และจัดเป็นภาวะฉุกเฉินในสุนัขที่สัตวแพทย์ต้องรีบทำการรักษา


มดลูกอักเสบในสุนัขเกิดจากอะไร ? สุนัขแบบไหนมีความเสี่ยง ?


มดลูกอักเสบในสุนัขเกิดจากอะไร ? คำตอบคือ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายในมดลูก โดยมักมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลังช่วงเป็นสัด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สภาพแวดล้อมภายในมดลูกเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้เกิดจาก "สาเหตุเดียว" หรือการติดเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยเรื่องฮอร์โมน สภาพมดลูก และแบคทีเรีย ที่ทำงานร่วมกันจนก่อให้เกิดโรคขึ้นนั่นเอง


สาเหตุของมดลูกอักเสบในสุนัขมีอะไรบ้าง ?


  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังเป็นสัด: หลังสุนัขเป็นสัด ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) จะสูงขึ้นและคงอยู่เป็นเวลานาน ฮอร์โมนนี้ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ทำให้มดลูกเหมาะต่อการสะสมของสารคัดหลั่งและเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อ

  • เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่มดลูก: ในช่วงที่สุนัขเป็นสัด ปากมดลูกจะเปิดออก เชื้อแบคทีเรียที่อยู่บริเวณช่องคลอดตามปกติ (เช่น E. coli) จึงสามารถเดินทางผ่านปากมดลูกเข้าไปในมดลูกได้ เมื่อผนวกกับสภาพมดลูกที่หนาตัว แบคทีเรียจึงเพิ่มจำนวนจนเกิดการติดเชื้อและเกิดภาวะมดลูกเป็นหนองตามมา

  • การเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกจากวงจรเป็นสัดซ้ำ ๆ: การที่น้องหมาไม่ได้รับการผสมพันธุ์และผ่านวงจรการเป็นสัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การได้รับอิทธิพลของฮอร์โมนหลายรอบอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเกิดความผิดปกติ มีถุงน้ำและสารคัดหลั่งสะสมมากขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียอย่างมาก

  • การใช้ยาหรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์บางชนิด: การฉีดยาคุมกำเนิด หรือยาฮอร์โมนบางประเภท จะเป็นการเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่อมดลูกโดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อความผิดปกติของมดลูกมากขึ้น จึงควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์เท่านั้น


สุนัขแบบไหนมีความเสี่ยงต่อมดลูกอักเสบมากขึ้น ?


  • สุนัขเพศเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน: นี่คือกลุ่มเสี่ยงหลักที่สุด หากไม่ได้นำมดลูกและรังไข่ออก ความเสี่ยงจะยังคงอยู่ตลอดชีวิต

  • สุนัขที่ผ่านการเป็นสัดมาแล้วหลายรอบ: น้องหมาวัยโตหรือสูงอายุ (มักพบมากในน้องหมาที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป) ความเสี่ยงมักเพิ่มขึ้นตามจำนวนรอบของการเป็นสัดที่ผ่านพ้นไปโดยไม่มีการตั้งครรภ์

  • สุนัขที่เพิ่งผ่านช่วงเป็นสัด: น้องหมาหลังเป็นสัดประมาณ 1-2 เดือน (4-8 สัปดาห์) จะเป็นช่วงเวลาที่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนออกฤทธิ์สูงสุด หากเริ่มมีอาการผิดปกติในช่วงนี้ ต้องระวังมดลูกอักเสบเป็นพิเศษ

  • สุนัขที่มีประวัติใช้ฮอร์โมน: น้องหมาที่เคยฉีดยาคุมกำเนิดหรือใช้ยาฮอร์โมนเกี่ยวกับการระบบสืบพันธุ์ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติมาก


หมามดลูกอักเสบมีอาการอะไรบ้าง ?


สุนัขนอนข้างชามอาหารและไม่สนใจอาหาร

สุนัขมดลูกอักเสบ อาการอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละตัว แต่สัญญาณเตือนที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการซึม เบื่ออาหาร กินน้ำและปัสสาวะมากขึ้น อาเจียน ท้องโต หรือสังเกตเห็นของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากช่องคลอด


  • สุนัขซึม ไม่กินอาหาร: ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ เบื่ออาหารหรือกินอาหารน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

  • สุนัขกินน้ำเยอะ: กินน้ำมากผิดปกติ เนื่องจากสารพิษจากแบคทีเรียไปรบกวนการทำงานของไต ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

  • สุนัขปัสสาวะบ่อย: เมื่อกินน้ำเยอะ ก็จะปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือบางครั้งอาจมีปัสสาวะเรี่ยราด

  • สุนัขอาเจียน: สารพิษในกระแสเลือดทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน

  • สุนัขท้องโต: ท้องกางขยายใหญ่ขึ้น เกิดจากมดลูกที่เต็มไปด้วยหนองขยายขนาดอยู่ภายในช่องท้อง หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งตัวจากความเจ็บปวด

  • สุนัขมีไข้: อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจากการติดเชื้ออย่างรุนแรง

  • สุนัขมีหนองออกจากช่องคลอด: หรือ สุนัขมีของเหลวออกจากช่องคลอด อาจเป็นน้ำหนองข้น ๆ สีเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน มีกลิ่นเหม็นคาว

  • เลียบริเวณอวัยวะเพศบ่อยผิดปกติ: สุนัขมักจะทำความสะอาดตัวเองเมื่อรู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมา

  • อ่อนแรงหรือทรุดหนัก: ในรายที่รุนแรง สุนัขอาจลุกไม่ขึ้น ขาหลังอ่อนแรง ช็อก และอาจเสียชีวิตได้


หากน้องหมาของคุณมีอาการซึม เบื่ออาหาร กินน้ำมากผิดปกติ หรือมีของเหลวออกจากช่องคลอด โดยเฉพาะหลังช่วงเป็นสัด ควรพามาตรวจหาสาเหตุโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อโรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อสอบถามหรือนัดหมายเพื่อเข้ารับการตรวจได้ทันที


มดลูกอักเสบแบบเปิดและแบบปิดต่างกันอย่างไร ?


ภาวะมดลูกอักเสบในสุนัขสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านอาการที่แสดงออกและความรุนแรง ดังนี้

จุดสังเกต

มดลูกอักเสบแบบเปิด (Open-cervix pyometra)

มดลูกอักเสบแบบปิด (Closed-cervix pyometra)

ปากมดลูก

เปิด

ปิด

ของเหลว/หนองจากช่องคลอด

มักสังเกตพบได้ (มีหนอง/เลือดไหลออกมาให้เห็น)

อาจไม่พบของเหลวไหลออกมาเลย

หนองภายในมดลูก

สามารถระบายออกสู่ภายนอกได้บางส่วน

สะสมและอัดแน่นอยู่ภายในมดลูก ไม่สามารถระบายออกได้

การสังเกตจากภายนอก

อาจเห็นความผิดปกติได้ง่ายกว่า เพราะมีหนองไหลให้เจ้าของเห็น

สังเกตได้ยากกว่า เพราะไม่มีหนองไหลออกมา ต้องสังเกตอาการซึม กินน้ำเยอะ หรือท้องกางแทน

ความเร่งด่วน

ต้องพบสัตวแพทย์โดยเร็วเพื่อทำการรักษา

ต้องพบสัตวแพทย์ทันที เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต มดลูกอาจแตกและสุนัขทรุดรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว


การที่ไม่มีหนองไหลออกมา ไม่ได้แปลว่าน้องหมาไม่ได้เป็นมดลูกอักเสบ เจ้าของจึงควรประเมินจากอาการโดยรวม เช่น ซึม กินน้ำเก่ง ท้องโต และพิจารณาประวัติช่วงเป็นสัดร่วมด้วยเสมอ และรีบพาน้องหมามารับการตรวจโดยละเอียดกับสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที


อาการแบบไหนที่ควรรีบพาสุนัขไปโรงพยาบาลสัตว์ ?


หากสงสัยว่าน้องหมามีภาวะมดลูกอักเสบ ไม่ควรรอดูอาการหลายวันเด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการทรุดลงหรือมีหลายอาการเกิดร่วมกัน หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที


  • ซึม อ่อนแรงมาก ลุกไม่ขึ้น หรือไม่มีแรงเดิน

  • ไม่กินอาหารเลย หรือปฏิเสธของโปรด

  • อาเจียนซ้ำ ๆ ไม่หยุด

  • ท้องโต ท้องกาง หรือแสดงอาการเจ็บปวดเมื่อคลำโดนช่องท้อง

  • มีหนอง เลือด หรือของเหลวที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติไหลจากช่องคลอด

  • กินน้ำเยอะ และปัสสาวะมากขึ้นอย่างชัดเจนในระยะเวลาสั้น ๆ

  • มีไข้ หอบ สภาพร่างกายดูทรุดโทรม

  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว (เป็นสัญญาณของภาวะช็อกหรือติดเชื้อในกระแสเลือด)


สัตวแพทย์วินิจฉัยมดลูกอักเสบในสุนัขอย่างไร ?


สัตวแพทย์จะทำการประเมินจากประวัติ อาการ การตรวจร่างกายเบื้องต้น และอาจใช้การตรวจเลือดสุนัขร่วมกับการตรวจภาพวินิจฉัยทางช่องท้อง เพื่อยืนยันโรคและประเมินความรุนแรงก่อนทำการรักษา


  • ซักประวัติ: สัตวแพทย์จะสอบถามอายุ การทำหมัน และประวัติการใช้ยาคุมกำเนิด รอบการเป็นสัดครั้งล่าสุด รวมถึงอาการที่เกิดขึ้น

  • ตรวจร่างกาย: ประเมินอาการโดยรวม ตรวจวัดไข้ ประเมินภาวะขาดน้ำ คลำคลำช่องท้องเพื่อตรวจสอบการขยายตัวของมดลูก และตรวจดูสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ

  • ตรวจเลือดสุนัข: เพื่อประเมินระดับการติดเชื้อ (มักพบเม็ดเลือดขาวสูงมาก) ตรวจค่าตับ ค่าไต เพื่อดูความเสียหายของอวัยวะที่เกิดจากสารพิษของแบคทีเรีย และประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด

  • อัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์ช่องท้อง: การทำอัลตราซาวด์เป็นวิธีที่ดีที่สุด ช่วยประเมินลักษณะ ขนาดของมดลูก และยืนยันการสะสมของของเหลวหรือหนองภายในมดลูกได้อย่างแม่นยำ

  • การตรวจอื่นเพิ่มเติม: อาจมีการตรวจปัสสาวะ หรือเก็บตัวอย่างหนองไปเพาะเชื้อตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์


หากท่านกำลังมองหาสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือครบครัน โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 มีบริการตรวจเลือด เอกซเรย์ และอัลตราซาวด์ช่องท้องโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ


มดลูกอักเสบในสุนัขรักษาอย่างไร ? จำเป็นต้องผ่าตัดไหม ?


สุนัขมดลูกอักเสบ รักษาอย่างไร ? คือคำถามที่เจ้าของมักสงสัย ทั้งนี้ แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสภาพร่างกายของสุนัข แต่ในหลายกรณีและถือเป็นวิธีมาตรฐานที่สุด คือ การผ่าตัดมดลูกอักเสบสุนัข โดยนำมดลูกและรังไข่ออกทั้งหมด ซึ่งสัตวแพทย์จะต้องประเมินความพร้อมก่อนทำการผ่าตัดเป็นรายตัว


การผ่าตัดรักษามดลูกอักเสบในสุนัขทำอย่างไร ?


  • การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด: สุนัขที่มีภาวะมดลูกอักเสบมักมีร่างกายที่อ่อนแอ ขาดน้ำ หรือไตเริ่มได้รับผลกระทบ สัตวแพทย์อาจต้องดูแลให้อาการคงที่ก่อนผ่าตัด เช่น การให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือด การให้ยาปฏิชีวนะ และยาลดปวด เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับการวางยาสลบ

  • การนำรังไข่และมดลูกที่มีปัญหาออก (Ovariohysterectomy): คล้ายกับการผ่าตัดทำหมันสุนัข แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าเนื่องจากมดลูกมีขนาดใหญ่ เปราะบาง และเต็มไปด้วยเชื้อโรค สัตวแพทย์จะทำการผ่าตัดนำมดลูกที่เป็นหนองและรังไข่ออกทั้งหมด เพื่อกำจัดแหล่งที่มาของการติดเชื้อ

  • การดูแลหลังผ่าตัด: หลังผ่าตัด สุนัขต้องได้รับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด อาจต้องอยู่แอดมิทที่โรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดปวด และน้ำเกลือต่อเนื่อง จนกว่าสัตวแพทย์จะประเมินว่าปลอดภัยและอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้


มดลูกอักเสบในสุนัขรักษาด้วยยาอย่างเดียวได้ไหม ?


  • ไม่แนะนำให้เจ้าของซื้อยารักษาเอง: การให้ยาแก้อักเสบหรือยาฆ่าเชื้อของคน หรือซื้อยาเองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ไม่สามารถรักษามดลูกอักเสบให้หายขาดได้ และอาจทำให้อาการแย่ลงจนอาการรุนแรงขึ้น เป็นที่มาของการเสียชีวิตได้

  • ไม่แนะนำให้ทำการรักษาด้วยการให้ยา: ปัจจุบัน แนวทางการรักษาที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือการผ่าตัดภายในสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการรักษาด้วยยามักมีความเสี่ยง และอาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้


ภาวะมดลูกอักเสบเป็นภาวะที่ต้องประเมินความรุนแรงและเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับน้องหมาแต่ละตัว หากสงสัยว่าน้องหมามีอาการ สามารถพามาตรวจโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อประเมินและวางแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป


เจ้าของควรดูแลสุนัขหลังรักษามดลูกอักเสบอย่างไร ?


สุนัขนอนซึมและดูอ่อนแรง

หลังจากการผ่าตัดรักษามดลูกอักเสบ การดูแลในช่วงพักฟื้นที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก เจ้าของสามารถดูแลน้องหมาได้ตามข้อแนะนำ ดังนี้


  • ให้ยาตามคำสั่งสัตวแพทย์อย่างครบถ้วน: ป้อนยาปฏิชีวนะและยาลดปวดตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด จนกว่ายาจะหมด

  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง: ตรวจสอบแผลทุกวัน ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำหรืออับชื้น

  • ป้องกันการเลียหรือกัดแผล: ควรสวมปลอกคอกันเลียหรือใส่เสื้อผ่าตัดให้สุนัขตลอดเวลา เพื่อป้องกันแผลฉีกขาดหรือติดเชื้อจากการเลีย

  • จำกัดกิจกรรม: งดการวิ่ง กระโดด หรือขึ้นลงบันได ตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์แนะนำ (ปกติประมาณ 7-14 วัน)

  • ดูแลเรื่องอาหารและน้ำ: ให้อาหารที่ย่อยง่าย มีโภชนาการสูง และเตรียมน้ำสะอาดให้กินอย่างเพียงพอ

  • สังเกตความผิดปกติ: สังเกตความอยากอาหาร การขับถ่าย ระดับความร่าเริง หากสุนัขซึมลง อาเจียน แผลบวมแดง หรือมีเลือดซึม ควรรีบแจ้งสัตวแพทย์ทันที

  • มาตรวจติดตามตามนัด: พามาตัดไหมและตรวจเช็กสภาพแผลตามที่สัตวแพทย์นัดหมาย


มดลูกอักเสบในสุนัขป้องกันได้อย่างไร ?


มดลูกอักเสบในสุนัข ป้องกันได้ 100% ด้วยการทำหมันสุนัข โดยจะเป็นการการผ่าตัดนำรังไข่และมดลูกออกก่อนที่จะเกิดโรค ซึ่งถือเป็นวิธีป้องกันโรคระบบสืบพันธุ์ที่ดีที่สุด ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมควรปรึกษาสัตวแพทย์ตามอายุ สุขภาพ และปัจจัยของสุนัขแต่ละตัว


การทำหมันช่วยป้องกันมดลูกอักเสบได้อย่างไร ?


กลไกการเกิดมดลูกอักเสบนั้นต้องอาศัย "มดลูก" และ "อิทธิพลจากฮอร์โมนรังไข่" เมื่อเราทำการผ่าตัดทำหมันสุนัข โดยการตัดเอารังไข่และมดลูกออกไปทั้งหมด น้องหมาก็จะไม่มีมดลูกให้ติดเชื้อหรือเกิดการสะสมของหนองอีกต่อไป และไม่มีฮอร์โมนที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรค จึงถือเป็นการตัดวงจรและป้องกันโรคนี้ได้อย่างสมบูรณ์


ควรทำหมันสุนัขตอนอายุเท่าไหร่ ?


การพิจารณาทำหมันในน้องหมาควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้


  • อายุ: สามารถเริ่มทำหมันได้ตั้งแต่อายุ 5-6 เดือนขึ้นไป หรือก่อนเป็นสัดครั้งแรก

  • สุขภาพโดยรวม: สุนัขต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการวางยาสลบ

  • ประวัติการเป็นสัดและแผนการผสมพันธุ์: หากไม่ได้ตั้งใจให้น้องหมามีลูกน้อย การทำหมันตั้งแต่เนิ่น ๆ (ก่อนการเป็นสัดครั้งแรก หรือหลังการเป็นสัดครั้งแรกผ่านไปแล้ว) จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งมดลูกอักเสบและมะเร็งเต้านมได้อย่างมาก

  • คำแนะนำของสัตวแพทย์: ควรพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


หากยังไม่แน่ใจว่าควรทำหมันน้องหมาช่วงไหน สามารถปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อประเมินสุขภาพ ตรวจเลือด และวางแผนช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการทำหมันของน้องแต่ละตัวได้ทันที


รู้ทันมดลูกอักเสบในสุนัข ยิ่งสังเกตเร็ว ยิ่งพาไปรักษาได้เร็ว


มดลูกอักเสบในสุนัขเป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้บ่อยในสุนัขเพศเมีย โดยเฉพาะในสุนัขยังไม่ได้ทำหมัน และมักแสดงอาการในช่วง 1-2 เดือนหลังหมดรอบการเป็นสัด โรคนี้ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียว แต่มักมีสาเหตุร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายสุนัขด้วย


สิ่งสำคัญคือ เจ้าของต้องหมั่นสังเกตอาการ อาการเตือนไม่ได้มีเพียงแค่ "หนองหรือเลือดไหลออกจากช่องคลอด" เท่านั้น เพราะในกรณีของมดลูกอักเสบแบบปิด อาจสังเกตจากภายนอกได้ยากมาก สุนัขจะมีแค่อาการซึม ไม่กินอาหาร กินน้ำเก่ง ปัสสาวะบ่อย หรือท้องกาง หากพบสัญญาณเหล่านี้ ห้ามรอดูอาการหรือหาซื้อยาให้กินเองเด็ดขาด ควรพาน้องมาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการผ่าตัดรักษาโดยเร็ว เพราะยิ่งผ่าตัดได้เร็วเท่าไร โอกาสที่น้องหมาจะปลอดภัยและฟื้นตัวก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

หากน้องหมามีอาการซึม เบื่ออาหาร กินน้ำมากผิดปกติ ท้องโต หรือมีของเหลวผิดปกติออกจากช่องคลอด โดยเฉพาะหลังช่วงเป็นสัด ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว สามารถติดต่อโรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับน้องแต่ละตัวได้ทันที


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมดลูกอักเสบในสุนัข (FAQ)


Q: มดลูกอักเสบในสุนัขเกิดจากอะไร ? 

A: เกิดจากการทำงานร่วมกันของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนช่วงหลังเป็นสัด ที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวและมีสารคัดหลั่งสะสม ร่วมกับการที่เชื้อแบคทีเรียจากช่องคลอดเล็ดลอดเข้าไปในมดลูก ทำให้เกิดการติดเชื้อและกลายเป็นหนองสะสมอยู่ภายใน


Q: สุนัขมดลูกอักเสบมีอาการอะไรบ้าง ? 

A: อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร กินน้ำเยอะ ปัสสาวะบ่อย อาเจียน ท้องโตหรือท้องกาง มีไข้ เลียอวัยวะเพศบ่อย และอาจมีหรือไม่มีหนอง เลือด หรือของเหลวกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากช่องคลอดก็ได้


Q: สุนัขมดลูกอักเสบไม่มีหนองออกมาได้ไหม ? 

A: ได้ โดยเรียกภาวะนี้ว่ามดลูกอักเสบแบบปิด (Closed-cervix pyometra) ซึ่งปากมดลูกจะปิดสนิท ทำให้หนองคั่งอยู่ด้านใน ไม่มีของเหลวไหลออกมาให้เห็น แบบนี้จะอันตรายมากเพราะสังเกตได้ยากและมดลูกมีโอกาสแตกได้สูง


Q: มดลูกอักเสบในสุนัขอันตรายถึงชีวิตไหม ? 

A: อันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อแบคทีเรียและหนองในมดลูกจะปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวาย ช็อก และเสียชีวิตในที่สุด


Q: มดลูกอักเสบในสุนัขต้องผ่าตัดทุกตัวไหม ? 

A: ส่วนใหญ่จำเป็นต้องผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออก เพราะเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวมักมีข้อจำกัดสูงและรักษาไม่หายขาด


Q: สุนัขทำหมันแล้วยังเป็นมดลูกอักเสบได้ไหม ? 

A: หากสุนัขได้รับการผ่าตัดทำหมันแบบนำทั้งรังไข่และมดลูกออกไปทั้งหมดอย่างถูกต้อง จะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้อีก แต่หากผ่าตัดออกไม่หมด (เหลือเนื้อเยื่อรังไข่หรือตอมดลูกทิ้งไว้) ก็ยังมีโอกาสเกิดการอักเสบที่ตอมดลูก (Stump pyometra) ได้


Q: ทำหมันสุนัขช่วยป้องกันมดลูกอักเสบได้ไหม ? 

A: ช่วยป้องกันได้ 100% โดยการผ่าตัดทำหมัน (ตัดรังไข่และมดลูกออก) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคมดลูกอักเสบ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเนื้องอกเต้านมในสุนัขเพศเมียได้อีกด้วย

© 2025 by PHYATHAI 7 Group Co., Ltd

​

  • Instagram
  • TikTok
line-me.png
bottom of page