top of page

โรคหัดแมว อันตรายไหม? รู้เท่าทันสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน

  • Writer: phyathai7 pet care
    phyathai7 pet care
  • 6 days ago
  • 2 min read
แมวมีอาการเซื่องซึม สัญญาณของโรคหัดแมว

รู้ไหม? ว่าในน้องแมวก็มีโรคติดเชื้อที่รุนแรงถึงชีวิต! แถมยังติดได้ง่าย และเชื้อก็ติดทนในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย !


และถ้าลองให้นึกขึ้นมาเร็ว ๆ ทาสแมวจะต้องนึกถึง “โรคหัดแมว” ก่อนใครแน่นอน


ทาสแมวบางท่านอาจเคยพบเจอกับเหตุการณ์น้องแมวซึม ไม่กินอาหาร อาเจียนไม่หยุด อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของโรคหัดแมวที่สามารถทวีความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ! และที่น่าเศร้าคืออาการรุนแรงเหล่านี้พบได้บ่อยในแมวเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แถมยังไม่ใช่โรคที่สามารถหายเองได้ง่ายๆ ฉะนั้นโรคหัดในแมวไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย 


ก็เลยอยากชวนเหล่าทาสแมวมาทำความรู้จักโรคหัดแมวให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุ อาการ การรักษา และวิธีป้องกัน เพื่อให้น้องแมวได้ปลอดภัยและสุขภาพดีไปนาน ๆ


โรคหัดแมว คืออะไร


โรคหัดแมว หรือที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อโรค Feline Panleukopenia คำว่า "Panleukopenia" หมายถึงภาวะที่เซลล์เม็ดเลือดขาวทุกชนิดในร่างกายลดต่ำลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของแมวอ่อนแอลงอย่างมาก ร่างกายจึงไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ 


โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Feline Parvovirus (FPV) ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อว่าคล้าย ๆ กับโรค Canine Parvovirus หรือโรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข เรียกได้ว่าเชื้อทั้งสองเป็นญาติใกล้ชิดกัน มีนิสัยที่ชอบทำลายเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วในร่างกายเหมือนกัน โดยเฉพาะในไขกระดูกและผนังลำไส้ 


โรคนี้สามารถพบได้ในสัตว์ตระกูลแมวทุกชนิด (รวมถึงเสือและแมวป่า) แรคคูน มิงค์ และจิ้งจอก พบได้บ่อยในแมวทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะลูกแมวอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงได้ถึง 90% 


โรคหัดแมวเกิดจากอะไร? เข้าใจสาเหตุและการติดต่อ


การจะติดโรคหัดแมวได้นั้นจะติดผ่านทางการกินเชื้อไวรัส Feline Parvovirus เข้าไป ซึ่งจะใช้เวลาฟักตัวก่อนแสดงอาการที่ 2-10 วัน และเมื่อน้องแมวเป็นโรคก็จะสามารถแพร่เชื้อไวรัสปริมาณมากออกมาทางอุจจาระ รวมถึงปัสสาวะและสารคัดหลั่งต่าง ๆ โดยไม่ว่าเชื้อตัวนี้ไปปรากฎตัวอยู่ที่ไหนก็ถือว่าน้องแมวมีโอกาสที่จะติดโรคได้ ยกตัวอย่างเช่น


  • ติดผ่านการสัมผัสโดยตรง โดยการคลุกคลีกับแมวที่มีเชื้อ

  • ติดผ่านพื้นผิวหรือสิ่งของ เป็นช่องทางที่เกิดได้บ่อยที่สุด เช่น การสัมผัสบริเวณที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ การใช้สิ่งของร่วมกับแมวที่มีเชื้อ ไปจนถึงเสื้อหรือแม้แต่มือของเจ้าของที่ไปสัมผัสแมวป่วยมา

  • ติดผ่านแม่สู่ลูก แม่แมวที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว อาจส่งต่อเชื้อไปสู่ลูกได้ตั้งแต่ตอนตั้งท้อง


จุดแข็งสำคัญของเชื้อ Feline Parvovirus คือความทนทานในสิ่งแวดล้อม โดยสามารถทนอยู่ได้นานหลายเดือน อีกทั้งยังไม่สามารถกำจัดได้โดยการเช็ดล้างธรรมดา จะต้องเลือกใช้สารกลุ่มที่มีคุณสมบัติสามารถกำจัดเชื้อไวรัสนี้ได้เท่านั้น จึงจะทำความสะอาดได้หมดจด


และด้วยความทนทานนี้จึงอาจถือได้ว่าเชื้อ Feline Parvovirus นั้นอาจปรากฏอยู่ได้ทุกที่ จึงมีโอกาสที่น้องแมวจะได้สัมผัสเชื้อนี้อยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นจึงควรให้ความระมัดระวังในน้องแมวกลุ่มเสี่ยง เช่น แมวอายุน้อย แมวป่วย แมวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แมวที่เลี้ยงรวมในที่ที่มีหลายตัว รวมถึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในแมวที่มีประวัติสัมผัสแมวป่วย


อาการของโรคหัดแมวที่เจ้าของควรรู้


อาการโรคหัดแมวที่เจ้าของมักเริ่มสังเกตได้ ได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร ไข้ขึ้นสูง นั่งเฝ้าชามน้ำแต่ไม่ยอมดื่มน้ำ และอาจพัฒนาไปเป็นอาการรุนแรง เช่น อาการอาเจียน ถ่ายเหลวรุนแรงปนเลือด มีภาวะแห้งน้ำ ได้อย่างรวดเร็วจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในลูกแมวที่ไม่เคยได้รับวัคซีน นอกจากนี้ในลูกแมวที่ติดโรคจากแม่อาจพบอาการเดินเซ ก้าวยาวผิดปกติจากความเสียหายที่สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนที่และทรงตัว


และอย่างที่เหล่าทาสแมวทราบดีว่า แมวยังเป็นสัตว์ที่เก็บซ่อนอาการเก่ง ดังนั้นอาการเพียงเล็กน้อยที่น้องแมวแสดงออกอาจซ่อนความรุนแรงของโรคไว้ จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและอย่าลังเลที่จะพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ในทันที แม้จะพบว่าน้องแมวเพียงแค่ไม่กินอาหารหรือซึมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากแมวของคุณมีอาการซึม อาเจียน หรือไม่ยอมกินอาหาร ติดต่อสัตวแพทย์ด่วนที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพราะโรคหัดแมวอาจลุกลามเร็วภายใน 24 ชั่วโมง


โรคหัดแมวรักษายังไง


“โรคหัดแมว รักษาได้ไหม?” ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส Feline Parvovirus ได้โดยเฉพาะ การรักษาหลักจึงเป็น การรักษาตามอาการและการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อรอให้ร่างกายของน้องแมวแข็งแรงขึ้น พร้อมต่อการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับไวรัสด้วยตัวเอง โดยแนวทางการรักษาสามารถเป็นได้ดังนี้


  • การให้น้ำเกลือและสารอาหารทางหลอดเลือด

  • การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแทรกซ้อน

  • การให้ยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ และยาต้านอาเจียน

  • การให้อาหารพลังงานสูงเพื่อฟื้นฟูร่างกาย


นอกจากนี้น้องแมวที่ป่วยควรถูกแยกออกจากน้องแมวปกติอย่างเคร่งครัด โดยควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล ทั้งนี้โอกาสในการรอดชีวิตของน้องแมวแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกันขึ้นกับความรุนแรงของโรค และสภาวะร่างกายรวมถึงภูมิคุ้มกันของแมว โดยสิ่งสำคัญคือ หากน้องแมวได้รับการดูแลที่เหมาะสมแต่เนิ่น ๆ  จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต


ลูกแมวซ่อนใต้ผ้าห่ม มีอาการซึม

โรคหัดแมวอันตรายไหม และติดคนได้หรือไม่?


เชื่อว่าคำถามที่เหล่าทาสแมวกังวลที่สุดคือ โรคหัดแมวอันตรายแค่ไหน? จะเป็นภัยต่อน้องแมวและสมาชิกครอบครัวหรือไม่ ?


ก็ต้องบอกว่าสำหรับน้องแมว โรคนี้เป็นโรคที่อันตรายมาก เป็นโรคที่ถ้าเป็นขึ้นมาแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูง (สูงได้ถึง 30-50% แม้ได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล) หรือถึงแม้จะรอดชีวิตก็ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายสัปดาห์ อีกทั้งยังติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรแยกน้องแมวที่เป็นโรคออกจากน้องแมวตัวอื่นโดยเร็วที่สุด และทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้รวมถึงพื้นที่อยู่อาศัยของน้องแมวด้วย สารฟอกขาว โดยผสมในอัตราส่วนตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์


แต่ถ้าถามว่าหัดแมวอันตรายกับคนไหม และสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ล่ะ ? คำตอบคือ “หัดแมวไม่ติดต่อคน” และสำหรับสุนัขเอง เชื้อ Feline Parvovirus จะไม่ก่อโรคในสุนัข สุนัขจึงไม่สามารถแพร่เชื้อทางอุจจาระได้ (แต่ยังสามารถแพร่เชื้อผ่านการปนเปื้อนบนตัวสุนัขได้นะ!)


วิธีป้องกันโรคหัดแมว


จะเห็นได้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับโรคหัดแมวไม่ใช่การรักษา แต่คือ การป้องกัน ซึ่งมีวิธีป้องกันโรคหัดในแมวดังนี้


  • โปรแกรมวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว: วัคซีนหัดแมว ถือเป็นวัคซีนสำคัญที่แมวทุกตัวควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำหรือเสี่ยงสูง โดยมีข้อแนะนำในการทำวัคซีนดังนี้

    • เริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ จากนั้นให้ซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 16 สัปดาห์ และหากเป็นน้องแมวในพื้นที่ที่มีการระบาดแนะนำให้กระตุ้นซ้ำที่อายุ 26 สัปดาห์

    • สำหรับน้องแมวที่อายุมากกว่า 16 สัปดาห์ แนะนำให้วัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์

    • จากนั้นแนะนำให้กระตุ้นวัคซีนซ้ำที่ 1 ปีหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งสุดท้ายในช่วงปีแรก จากนั้นกระตุ้นซ้ำทุกปีหรือทุกสามปี ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์


  • การรักษาความสะอาด  เช่น กระบะทราย ชามอาหาร ผ้าปูที่นอน ควรได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ 

  • หมั่นล้างมือก่อนและหลังสัมผัสแมว โดยเฉพาะหากมีหลายตัวในบ้าน

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงการพาน้องแมวออกไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแมวที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ 


ทั้งนี้ หากต้องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดแมวหรือขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถติดต่อโรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพื่อรับบริการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนแมว รวมถึงปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับโรคติดต่อในแมวได้ครบในที่เดียว


การดูแลแมวที่ป่วยโรคหัดอย่างปลอดภัย


หากน้องแมวได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าป่วยเป็นโรคหัดแมว ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ และเมื่ออาการดีขึ้นจนสัตวแพทย์พิจารณาให้สามารถกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้แล้ว จะมีแนวทางปฏิบัติในการดูแลน้องแมวป่วยดังนี้


  • แยกพื้นที่เด็ดขาด: ให้อยู่ในห้องที่แยกจากแมวตัวอื่น 100% และแยกข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมด รวมถึงสวมถุงมือและเสื้อป้องกันทุกครั้ง เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่ได้ง่ายและอยู่ทนในสิ่งแวดล้อม

  • การดูแลด้านโภชนาการ: ให้อาหารที่ย่อยง่าย เช่น อาหารสูตรพักฟื้น โดยแบ่งให้เป็นมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยครั้ง หรือสัตวแพทย์อาจพิจารณาสอดท่อให้อาหาร เนื่องจากน้องแมวที่ป่วยโรคนี้มักไม่กินอาหาร

  • รักษาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม: ควรจัดพื้นที่ของน้องแมวให้สะอาดและอบอุ่นอยู่เสมอ

  • ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ปนเปื้อนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่มีส่วนประกอบของ sodium hypochlorite (สารฟอกขาว), peracetic acid, formaldehyde หรือ sodium hydroxide โดยใช้ตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์

  • ห้ามซื้อยากินเอง: เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ปริมาณยาจะไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายต่อน้องแมวได้ โดยเฉพาะยาลดไข้ของคน (เช่น พาราเซตามอล) เพราะเป็นพิษร้ายแรงต่อแมว 


อย่างที่ได้กล่าวไปว่าโรคหัดแมวเป็นโรคที่อันตราย ดังนั้นอย่าลืมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัย อย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ และพาน้องแมวไปติดตามอาการกับคุณหมอเมื่อถึงเวลานัด หรือพาไปพบคุณหมอทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติ


โรคหัดแมว ป้องกันได้ด้วยความใส่ใจ


โรคหัดแมว เป็นโรคที่ทาสแมวทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะมีอัตราการเสียชีวิตสูงและติดต่อง่ายผ่านสิ่งแวดล้อม รวมถึงค่าใช้จ่ายรักษาโรคหัดแมวมีราคาสูง แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้ "ป้องกันได้" หากเจ้าของใส่ใจพาน้องแมวไปรับวัคซีนตามกำหนดและดูแลน้องแมวให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการรักษาอย่างเหมาะสมโดยสัตวแพทย์ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้น้องแมวของคุณผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้


แนะนำให้ตรวจสุขภาพแมวประจำปีและฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคหัดแมวและโรคไวรัสร้ายแรงอื่น ๆ ได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มจากความใส่ใจของคุณ



เอกสารอ้างอิง

  1. สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย. “โปรแกรมการให้วัคซีนสำหรับสุนัขที่เลี้ยงในประเทศไทย.” VPAT Thailand, 11 มิถุนายน 2567, www.vpatthailand.org/media/default/5394/2024%20VPAT%20Vaccination%20Guidelines.pdf. เข้าถึงเมื่อ 12 กุมภาพันธ์. 2569.

  2. European Advisory Board for Cat Diseases. “GUIDELINE for Feline Panleukopenia.” ABCD Cats & Vets, 13 Feb. 2009, www.abcdcatsvets.org/guideline-for-feline-panleukopenia/. Accessed 11 Feb. 2026.

  3. iCatCare. “Feline Infectious Enteritis (Feline Parvovirus, Panleukopenia Virus).” Icatcare.org, 24 June 2024, icatcare.org/articles/feline-infectious-enteritis-feline-parvovirus-panleukopenia-virus. Accessed 11 Feb. 2026.


Comments


© 2025 by PHYATHAI 7 Group Co., Ltd

  • Instagram
  • TikTok
line-me.png
bottom of page